หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: กฎกระทรวง (พ.ศ. 2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2535 (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

พ.ศ. ๒๕๓๕

---------------

 

                        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ 

มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๗  แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

พ.ศ. ๒๕๓๕ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

 

                                                            หมวด ๑

              การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และ

                               การขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

                                                        ---------------

 

                        ข้อ ๑ การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว แบ่งเป็นสามประเภท ดังนี้

                        (๑) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ หมายความว่า การประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใด ในจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด และจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับ

จังหวัดนั้น

                        (๒) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ หมายความว่า การประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในราชอาณาจักร

                        (๓) การประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ หมายความว่า การประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในต่างประเทศ หรือนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวจาก

ต่างประเทศไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในประเทศ

                        ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศด้วย

ก็ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตตาม (๒) อีก

                        ข้อ ๒  ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบ

ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนด โดยระบุที่ตั้งสำนักงานที่จะให้ถือเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการ

เพื่อการติดต่อกับนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้

                        (๑) บุคคลธรรมดา

                              (ก) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัว

ประชาชนได้ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง

                              (ข) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

                              (ค) ภาพถ่ายด้านหน้าสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐X๑๒.๗๐ เซนติเมตร จำนวน

๒ รูป และแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งของสำนักงาน

                              (ง) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน

                        (๒) ห้างหุ้นส่วนสามัญ

                             (ก) รายชื่อและภูมิลำเนาของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

                             (ข) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัว

ประชาชนได้ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณี ของผู้เป็น

หุ้นส่วนทุกคน

                              (ค) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

                              (ง) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)

                              (จ) จำนวนหุ้นในห้างหุ้นส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน

                              (ฉ) ภาพถ่ายด้านหน้าสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐X๑๒.๗๐ เซนติเมตร จำนวน

๒ รูปและแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งของสำนักงาน

                              (ช) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงาน

                        (๓) ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

                              (ก) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

แสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน

หกเดือน

                              (ข) รายชื่อ สัญชาติและภูมิลำเนาของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน

                              (ค) รายชื่อและอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการ

                              (ง) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัว

ประชาชนได้ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณี ของผู้เป็น

หุ้นส่วน ซึ่งอาจมีอำนาจลงชื่อผูกพันห้างหุ้นส่วนทุกคน

                              (จ) สำเนาและภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วน ซึ่งอำนาจลงชื่อ

ผูกพันห้างหุ้นส่วนทุกคน

                              (ฉ) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา

                              (ช) จำนวนหุ้นในห้างหุ้นส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคน

                              (ซ) ภาพถ่ายด้านหน้าสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐ X ๑๒.๗๐ เซนติเมตร

จำนวน ๒ รูป และแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งของสำนักงาน

                              (ฌ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็น

สำนักงาน

                        (๔) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด

                              (ก) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

แสดงการจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน

หกเดือน

                              (ข) รายชื่อ ภูมิลำเนาและอำนาจของกรรมการบริษัทจำกัด หรือบริษัท

มหาชนจำกัดทุกคน

                              (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนบัตรประจำตัว

ประชาชนได้ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือหนังสือเดินทาง แล้วแต่กรณี ของกรรมการ

ซึ่งอาจมีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดทุกคน

                              (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของกรรมการซึ่งอำนาจลงชื่อผูกพัน

บริษัทของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดทุกคน

                              (จ) รายชื่อและสัญชาติของผู้ถือหุ้นทุกคน และจำนวนหุ้นที่ถือแต่ละคนถือ

                              (ฉ) สำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ

                              (ช) ตัวอย่างรอยตราประทับของผู้ยื่นคำขอ ๒ ตรา (ถ้ามี)

                              (ซ) ภาพถ่ายด้านหน้าสำนักงาน ขนาด ๗.๖๐ X ๑๒.๗๐ เซนติเมตร

จำนวน ๒ รูป และแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งของสำนักงาน

                              (ฌ) หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองสถานที่ที่ใช้เป็น

สำนักงาน

                        ข้อ ๓  การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ ให้ยื่นต่อสำนักงานทะเบียน

ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่มีเขตอำนาจครอบคลุมสำนักงานของผู้รับใบอนุญาต และในจังหวัด

อื่นนอกจากกรุงเทพมหานครจะยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่ตนจะตั้งสำนักงานก็ได้

                        ข้อ ๔  เมื่อได้รับคำขอรับใบอนุญาตแล้ว ให้เข้าหน้าที่ผู้รับคำขอออกใบรับให้

แล้วตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอว่าถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ เพียงใด และถ้าเป็น

การยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เสนอความเห็นไปยังสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและ

มัคคุเทศก์ที่มีเขตอำนาจการครอบคลุมสำนักงานของผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อให้นายทะเบียน

พิจารณาดำเนินการต่อไป

                        ในการพิจารณาออกใบอนุญาต นายทะเบียนจะขอข้อเท็จจริงหรือข้อมูลเพิ่มเติม

หรือความเห็นจากองค์กรเอกชนหรือสมาคมที่เกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว เพื่อประกอบการพิจารณา

ก็ได้

                        ข้อ ๕  ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ใช้แบบ ธม. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้

                        ข้อ ๖  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ประสงค์จะย้ายที่ตั้งสำนักงาน

อันเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการตามข้อ ๒ ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อน

                        ข้อ ๗  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุ

ใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนด พร้อมด้วยสำเนา

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือสำเนาใบแทน แล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนที่

ใบอนุญาตสิ้นอายุ ต่อสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่มีเขตอำนาจครอบคลุม

สำนักงานของผู้รับใบอนุญาตและในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครจะยื่นต่อผู้ว่าราชการ

จังหวัดที่ตนมีสำนักงานตั้งอยู่ก็ได้

                        ในการพิจารณาให้ต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ให้นำข้อ ๔ มาใช้

บังคับโดยอนุโลม โดยให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตตามแบบใบอนุญาตเดิมให้ใหม่

                        ข้อ ๘  ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวผู้ใดประสงค์จะขอรับใบแทน

ใบอนุญาตที่สูญหาย หรือชำรุด หรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่การท่องเที่ยว

แห่งประเทศไทยกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวน หรือใบ

อนุญาตที่ชำรุดหรือถูกทำลายในสาระสำคัญนั้น ต่อสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

ที่มีเขตอำนาจครอบคลุมสำนักงานของผู้รับใบอนุญาต และในจังหวัดอื่นนอกจาก

กรุงเทพมหานครจะยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่ตนมีสำนักงานตั้งอยู่ก็ได้

                        ในการพิจารณาออกใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ให้ระบุคำว่า

"ใบแทน" ไว้ที่ด้านหน้าของใบอนุญาตนั้น

 

                                                            หมวด ๒

                                        มาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยว

                                                        --------------

 

                        ข้อ ๙  ให้กำหนดมาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยวไว้ ดังนี้

                        (๑) มีสถานที่ประกอบการที่แน่นอน

                        (๒) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ต่างประเทศต้องจัดให้มีโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารไว้ประจำสถานที่

ประกอบการ

                        (๓) พาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยวต้องมีบุคลากร มีลักษณะ และมีอุปกรณ์ที่ได้

มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

                        (๔) เก็บเอกสารโฆษณารายการนำเที่ยวตามมาตรา ๒๖ ไว้เป็นหลักฐานเป็นเวลา

เก้าสิบวัน นับแต่วันที่เลิกการนำเที่ยวตามโฆษณาดังกล่าว

                        (๕) สำหรับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

ต่างประเทศ เมื่อได้ตกลงกันในการนำเที่ยวรายใดแล้ว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวออกเอกสาร

แสดงรายการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวไว้เป็นหลักฐาน เว้นแต่การตกลงการนำเที่ยวนั้นเป็นการ

ตกลงกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของต่างประเทศ

                        ในการออกเอกสารแสดงรายการนำเที่ยวตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการตกลงกัน

เฉพาะหน้าระหว่างการเดินทาง จะออกเป็นเอกสารฉบับเดียวให้ไว้กับหัวหน้ากลุ่มนักท่องเที่ยว

ก็ได้

                        (๖) ผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการหรือกรรมการผู้จัดการจะต้องไม่ให้หรือ

ยินยอมให้บุคคลอื่นดำเนินกิจการธุรกิจนำเที่ยวของตน

                        (๗) ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวว่าจ้างมัคคุเทศก์ในการนำเที่ยว

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องจ้างมัคคุเทศก์ให้ตรงตามประเภทของงานที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

และมีคุณลักษณะที่ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติหน้าที่ที่จะมอบหมายให้ทำ

                        (๘) ต้องไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียง

เกียรติยศและจรรยาบรรณของธุรกิจนำเที่ยว

 

                                                            หมวด ๓

            หลักประกัน การจัดการดอกผลของหลักประกัน และการเปลี่ยนแปลงหลักประกัน

                                                       ---------------

 

                        ข้อ ๑๐  ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องส่งมอบหลักประกัน เพื่อประกันความ

เสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวที่ผู้ประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวมีอยู่กับนักท่องเที่ยวและหรือผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามจำนวนที่กำหนดใน

ข้อ ๑๑ ให้กับนายทะเบียน หรือผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่ตนมีสำนักงานตั้งอยู่ เพื่อส่งมอบ

ต่อไปให้กับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในวันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวมารับใบ

อนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

                        ในการวางหลักประกัน ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวระบุด้วยว่าหลักประกันที่วาง

นั้นเป็นเงินสดหนังสือค้ำประกันของธนาคาร พันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่

รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย อย่างละเท่าใด และลงลายมือชื่อไว้ด้วย

                        ข้อ ๑๑  จำนวนเงินประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องนำมาวาง ให้กำหนด

ดังนี้

                        (๑) ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวน

หนึ่งหมื่นบาท เว้นแต่การจัดนำเที่ยวไม่เกินยี่สิบคน ให้วางหลักประกันเป็นจำนวนสามพันบาท

                        (๒) ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวน

ห้าหมื่นบาท

                        (๓) ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ ต้องวางหลักประกันเป็นจำนวน

หนึ่งแสนบาท

                        ข้อ ๑๒  ในกรณีที่ผู้ประกอบการนำเที่ยววางหลักประกันทั้งหมดหรือบางส่วน

เป็นพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

พันธบัตรนั้น จะต้องเป็นชนิดที่ขายคืนได้ก่อนครบกำหนดชำระต้นเงิน และผู้ประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวที่วางหลักประกันจะต้องโอนเงินกรรมสิทธิ์ให้แก่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่วน

ดอกผลอันเกิดจากพันธบัตรนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะมอบให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

นำเที่ยวที่วางหลักประกัน

                        ข้อ ๑๓  ในกรณีพันธบัตรครบกำหนดก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ให้การท่องเที่ยว

แห่งประเทศไทยขึ้นเป็นเงินสดและเก็บเงินสดจำนวนนั้นไว้เป็นส่วนหนึ่งของหลักประกัน

                        ข้อ ๑๔  ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววางหลักประกันทั้งหมดหรือบางส่วน

เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร หนังสือค้ำประกันของธนาคารจะต้องเป็นไปตามแบบ ธม.๒

ท้ายกฎกระทรวงนี้

                        ข้อ ๑๕  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะมอบดอกผลที่เกิดขึ้นจากหลักประกัน

ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเป็นปี ๆ ไป ในกรณีที่มีการจ่ายเงินออกไปจากหลักประกันทำให้

หลักประกันมีจำนวนลดลง ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระงับการมอบดอกผลที่เกิดขึ้น

จากหลักประกันให้กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และให้นำดอกผลที่เกิดขึ้นนั้นไปสมทบเข้าเป็น

ส่วนหนึ่งของหลักประกัน

                        ข้อ ๑๖  ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงประเภทของหลักประกันที่ได้วางไว้แล้ว

ให้นำข้อ ๑๐ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                                                ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

                                                                    ชวน หลีกภัย

                                                                    นายกรัฐมนตรี

 

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

+-------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๘

มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและ

มัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้บัญญัติให้แบบหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับใบอนุญาต การออกใบ

อนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต.และการขอใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว มาตรฐาน

การประกอบธุรกิจนำเที่ยว และหลักประกัน การจัดการดอกผลของหลักประกันและการเปลี่ยน

แปลงหลักประกันเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

[รก. ๒๕๓๖/๖๙/๑๖พ./๒๘ พฤษภาคม ๒๕๓๖]