หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 25

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศคณะปฏิวัติ:

กำลังแสดง: ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 25 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ประกาศของคณะปฏิวัติ

ฉบับที่ 25

------

     โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมาย

ว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารที่ห้ามมิให้จำเลยแต่งทนายในคดีบางประเภทซึ่งอยู่

ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารในเวลาไม่ปกติ โดยเปิดโอกาสให้

จำเลยแต่งตั้งทนายแก้ต่างในคดีทุกประเภทได้  หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

     ข้อ 1  ให้ยกเลิกความในมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญ

ศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2511 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

     `มาตรา 55  ศาลทหารในเวลาปกติ ให้ผู้เสียหายซึ่งมีอำนาจเป็นโจทก์

ฟ้องคดีอาญาได้ตามมาตรา 49 วรรคหนึ่ง

     ศาลทหารในเวลาปกติและศาลทหารในเวลาไม่ปกติ ให้จำเลยแต่ง

ทนายได้

     ทนายต้องเป็นทนายความตามกฎหมายว่าด้วยทนายความหรือทนายความ

ที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เมื่อทนายได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว ให้ว่าต่างหรือ

แก้ต่างได้

     ศาลอาญาศึกหรือศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีแทนศาลอาญาศึกตามมาตรา 40

และมาตรา 43 ห้ามแต่งทนาย'

     ข้อ 2  ให้ยกเลิกความในมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญ

ศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร

(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2511 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

     `มาตรา 61  ภายใต้บังคับมาตรา 62 และมาตรา 63 คำพิพากษา

หรือคำสั่งของศาลทหารในเวลาปกติ โจทก์หรือจำเลยอุทธรณ์หรือฎีกาได้ภายใน

สิบห้าวัน ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการตามมาตรา 30 หรือผู้มีอำนาจสั่งลงโทษ

อุทธรณ์หรือฎีกาได้ภายในสามสิบวัน ทั้งนี้นับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษา

หรือคำสั่งให้จำเลยฟัง

     คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทหารในเวลาไม่ปกติ และศาลอาญาศึก

หรือศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีแทนศาลอาญาศึก ตามมาตรา 40 และมาตรา 43

ห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา'

     ข้อ 3  บรรดาคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกาตามพระราชบัญญัติธรรมนูญ

ศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้

ถ้าได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาไว้แล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ

ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์หรือฎีกานั้นต่อไปได้ หรือถ้าศาลทหารชั้นต้นหรือ

ศาลทหารกลางได้พิพากษาหรือมีคำสั่งแล้วก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้

ใช้บังคับ และยังอยู่ในระหว่างระยะเวลาที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาได้ ให้มีสิทธิ

อุทธรณ์หรือฎีกาได้ต่อไปตามกฎหมายก่อนวันใช้บังคับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้

แต่ทั้งนี้เมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลหนึ่งศาลใดแล้ว ให้คดีนั้นเป็นที่สุด

     ข้อ 4  ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก

วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

                 ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2520

                           พลเรือเอก สงัด ชลออยู่

                              หัวหน้าคณะปฏิวัติ