กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์
พ.ศ. ๒๔๙๖
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคาร
สงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ และมาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์
พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การให้สถาบันการเงินกู้ยืมเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะ
เวลาอันกำหนดไว้ ให้ธนาคารกระทำได้แก่เฉพาะการให้กู้ยืมธนาคารพาณิชย์หรือการซื้อตั๋วสัญญา
ใช้เงินของบริษัทเงินทุนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินทุนซึ่งมีธนาคารพาณิชย์ค้ำประกัน
ข้อ ๒ การซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาลหรือหลักทรัพย์ที่รัฐบาลรับประกันต้นเงิน
และดอกเบี้ย ให้ธนาคารปฏิบัติไปตามแบบแผนของธนาคารพาณิชย์
ข้อ ๓ การออก ขาย ขายลด ขายช่วงลด ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินหรือ
ตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด หรือเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือดังกล่าว ให้ธนาคาร
กระทำได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
(๑) การออกตราสารเปลี่ยนมือต้องมีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปี และมีวงเงิน
ไม่เกินอัตราร้อยละยี่สิบของเงินทุนและเงินสำรองของธนาคาร
(๒) การขาย ขายลด ขายช่วงลด ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน หรือ
ตราสารเปลี่ยนมือ หรือเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือ ให้กระทำได้เฉพาะตั๋วเงิน
หรือตราสารเปลี่ยนมือของธุรกิจที่เกี่ยวกับการเคหะและมีกำหนดเวลาตามตั๋วเงินหรือตราสาร
เปลี่ยนมือไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออกตั๋วเงินหรือตราสารเปลี่ยนมือนั้น
ข้อ ๔ การจัดให้มีการรวมกลุ่มกับสถาบันการเงินอื่น หรือการร่วมกับสถาบัน
การเงินอื่นในการให้กู้ยืม ให้ธนาคารกระทำได้เฉพาะเพื่อการเคหะ
ข้อ ๕ การรับอาวัล หรือการค้ำประกันการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่นให้
ธนาคารกระทำได้เฉพาะเพื่อการเคหะ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่อไปนี้
(๑) ตั๋วเงินที่รับอาวัลต้องมีอายุการจ่ายเงินไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันออกตั๋วเงินนั้น
โดยผู้ออกตั๋วเงินต้องนำหลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของ
ผู้ออกตั๋วเงินแต่ละราย
(๒) การค้ำประกันการกู้เงินจากสถาบันการเงินอื่น ให้กระทำได้เมื่อผู้กู้มี
หลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของผู้กู้แต่ละรายและมีอายุ
สัญญาค้ำประกันไม่เกินสิบห้าปี
ให้ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรับอาวัลหรือค้ำประกันตามที่ธนาคาร
กำหนด
(๓) การค้ำประกันเกี่ยวกับการเคหะ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีต่อไปนี้
(ก) ออกหนังสือค้ำประกันแทนการวางเงินมัดจำในการประมูลหรือเป็นประกัน
ในการทำสัญญา
(ข) ค้ำประกันผู้จัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน
การค้ำประกันตาม (ก) หรือ (ข) ให้กระทำได้เมื่อผู้ขอให้ค้ำประกันนำ
หลักทรัพย์มามอบให้ไว้เป็นประกัน โดยคำนึงถึงฐานะทางการเงินของผู้ขอให้ค้ำประกันแต่ละราย
และให้ธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการค้ำประกันตามที่ธนาคารกำหนด
ข้อ ๖ การให้เช่า ให้เช่าซื้อ โอนสิทธิการเช่าซื้อ ขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีอื่นใด
ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของธนาคารเนื่องจากการชำระหนี้ การประกันต้นเงินที่ให้กู้ยืมไป
การค้ำประกันอื่นหรือการบังคับจำนองประกันเงินกู้ ให้ธนาคารกระทำได้ตามข้อกำหนดและ
เงื่อนไขต่อไปนี้
(๑) การให้เช่า ให้กระทำได้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีที่ยังไม่อาจขายหรือ
จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่ตกเป็นของธนาคาร โดยมีอายุสัญญาเช่าไม่เกินหนึ่งปี และจะต่ออายุ
สัญญาเช่าได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งปีจนกว่าจะขายหรือจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์นั้นได้
(๒) การให้เช่าซื้อ และการโอนสิทธิการเช่าซื้อ ให้กระทำได้โดยกำหนดเวลา
การชำระเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดไม่เกินห้าปี
(๓) การขาย ให้กระทำได้โดยวิธีการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป
(๔) การจำหน่ายโดยวิธีอื่น ให้กระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการธนาคาร
ข้อ ๗ การรับฝากเงินประเภทเพื่อการเคหสงเคราะห์ โดยให้ผลประโยชน์อื่น
นอกเหนือจากดอกเบี้ย ให้ธนาคารจ่ายผลประโยชน์ให้แก่ผู้ฝากเงินประเภทเพื่อการเคห
สงเคราะห์ โดยให้จ่ายจากส่วนหนึ่งของเงินได้เฉพาะในกรณีที่ธนาคารหามาได้จากเงินฝาก
ประเภทนี้ ซึ่งได้หักค่าใช้จ่ายและเงินสำรองหนี้สูญออกแล้ว
การจ่ายเงินผลประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามอัตราที่ได้รับความ
เห็นชอบจากรัฐมนตรี
ข้อ ๘ การกระทำการเป็นตัวแทนของการเคหะแห่งชาติในด้านระดมเงินทุนเพื่อ
การลงทุน หรือในกิจการอื่นใด ให้ธนาคารกระทำได้ตามข้อตกลงที่มีต่อกัน
ข้อ ๙ ให้ธนาคารมีอำนาจจัดการกองทุนร่วมออมทรัพย์และสินเชื่อเพื่อการ
เคหสงเคราะห์ระหว่างผู้ร่วมกองทุนด้วยกัน รวมทั้งให้มีอำนาจค้ำประกันการปฏิบัติตามข้อผูกพัน
ตลอดถึงการนำส่งเงินแก่กองทุนตามจำนวนและกำหนดเวลาของผู้ร่วมกองทุนที่ได้กู้ยืมเงินจาก
กองทุน
การค้ำประกันตามวรรคหนึ่ง ให้ธนาคารจัดให้ผู้ร่วมกองทุนนำหลักทรัพย์มามอบ
ให้ไว้เป็นประกันโดยคำนึงถึงฐานะการเงินของผู้ร่วมกองทุนแต่ละราย
ข้อ ๑๐ การประกอบกิจการอื่นตามมาตรา ๓ (๑๐) แห่งพระราชกฤษฎีกา
กำหนดกิจการอันพึงเป็นงานธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ให้ธนาคาร
กระทำได้เฉพาะกิจการอันจำเป็นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหรือเป็นประโยชน์ในกิจการอันพึงเป็นงาน
ธนาคารของธนาคารอาคารสงเคราะห์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
บุญชู โรจนเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+----------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อปฏิบัติตามความใน
มาตรา ๒๗ (๔) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงจำเป็นต้องออกกฎ
กระทรวงนี้
[รก. ๒๕๑๘/๑๐๖/๑๗พ./๖ มิถุนายน ๒๕๑๘]