กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๐๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙
ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิต และการศึกษา
---------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน
พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
"คำขอเปิดบัญชีฝากเงิน" หมายความว่า เอกสารแสดงความจำนงขอฝากเงิน
ออมสินเพื่อประโยชน์แห่งการศึกษาของผู้ที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือให้การศึกษา
"เงินสงเคราะห์" หมายความว่า จำนวนเงินที่ผู้รับประโยชน์หรือผู้ฝากจะได้รับ
จากธนาคารออมสิน
"กำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์" หมายความว่า กำหนดเวลาที่ผู้ฝากแสดง
ความจำนงขอรับเงินสงเคราะห์ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์การฝากเงิน
"อัตราเงินฝาก" หมายความว่า จำนวนเงินที่ต้องส่งฝากเป็นรายปีตามเกณฑ์อายุ
ของผู้ฝาก
"กรมธรรม์การฝากเงิน" หมายความว่า เอกสารหลักฐานที่แสดงการรับฝากเงิน
"ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
ข้อ ๒ บุคคลใดแม้จะได้ฝากเงินในธนาคารออมสินประเภทหนึ่งหรือหลาย
ประเภทอยู่แล้ว จะขอฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษาอีกประเภทหนึ่งก็ได้
ข้อ ๓ บุคคลใดประสงค์จะฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษา
ให้แสดงความจำนง ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน สาขา หรือตัวแทนแห่งใดแห่งหนึ่ง โดยทำ
คำขอเปิดบัญชีฝากเงินตามแบบที่กำหนดไว้ และต้องแสดงความจริงตามข้อถามและตอบคำถาม
ของแพทย์ผู้ตรวจที่ปรากฏในคำขอเปิดบัญชีฝากเงินและรายงานตรวจของแพทย์
ข้อ ๔ ผู้ขอฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษาต้อง
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินห้าสิบปีบริบูรณ์ และมีความ
สามารถทำนิติกรรมได้อย่างไรก็ดีเมื่อรวมอายุผู้ฝากกับกำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์แล้วต้อง
ไม่เกินหกสิบปี
(๒) มีสุขภาพและอนามัยสมบูรณ์ โดยได้ผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์ที่
ธนาคารออมสินแต่งตั้ง และ
(๓) มีอาชีพ รายได้ และถิ่นที่อยู่แน่นอน
ข้อ ๕ ผู้รับประโยชน์จะต้องเป็นบุตร ธิดา หรือญาติของผู้ฝากหรือผู้ที่อยู่ใน
ความอุปการะเลี้ยงดูหรือให้การศึกษาซึ่งผู้ฝากปรารถนาจะให้ได้รับเงินรายปีเพื่อการศึกษา มีอายุ
ตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
ข้อ ๖ วิธีนับอายุผู้ฝากและผู้รับประโยชน์ให้นับเดือนเกิดเป็นหนึ่งเดือน เศษของ
ปีถ้าเกินกว่าหกเดือนให้นับเป็นหนึ่งปี
ถ้าไม่ทราบเดือนเกิด ให้นับปีเกิดเป็นหนึ่งปี
ข้อ ๗ กำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์ให้เป็นสิบปีถึงยี่สิบปี
เมื่อครบกำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์และได้จ่ายเงินสงเคราะห์รายปีงวดแรก
ไปแล้วธนาคารออมสินจะคงจ่ายเงินสงเคราะห์รายปีงวดต่อ ๆ ไปจนครบห้างวด โดยไม่คำนึงว่า
ผู้รับประโยชน์จะมีชีวิตอยู่ในขณะนั้นหรือไม่
ข้อ ๘ ผู้ฝากจะขอเปิดบัญชีฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการ
ศึกษาได้ไม่น้อยกว่าห้าพันบาทและไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ข้อ ๙ เมื่อครบกำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์ ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงิน
สงเคราะห์ตามจำนวนที่กำหนดในกรมธรรม์การฝากเงิน ถ้าผู้รับประโยชน์ตายก่อนครบระยะเวลา
ในเมื่อกรมธรรม์การฝากเงินนั้นยังใช้ได้และผู้ฝากยังมีชีวิตอยู่ ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินคืนให้แก่
ผู้ฝากหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเฉพาะเท่าจำนวนเงินที่ส่งฝากมาแล้วทั้งหมด พร้อมทั้งดอกเบี้ย
ทบต้นในอัตราร้อยละสามต่อปี แต่ไม่เกินจำนวนเงินสงเคราะห์ที่กำหนดในกรมธรรม์การฝากเงิน
ข้อ ๑๐ อัตราเงินฝากให้คิดเป็นจำนวนพันละ ตามที่ผู้อำนวยการจะได้กำหนด
โดยอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๑ ผู้ขอเปิดบัญชีฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษา
จะต้องให้แพทย์ที่ธนาคารออมสินแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจร่างกาย ธนาคารออมสินจะไม่รับพิจารณา
คำขอเปิดบัญชีฝากเงินโดยไม่มีรายงานตรวจร่างกายของแพทย์ที่สมบูรณ์
ในกรณีที่แพทย์ผู้พิจารณาของธนาคารออมสินเห็นสมควรจะให้ตรวจร่างกาย
เพิ่มเติมก็ได้
ข้อ ๑๒ ผู้ฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษา มีหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องส่งเงินฝากตามอัตราเงินฝาก และถ้าตกลงกันแบ่งส่งเงินฝากเป็นงวด
ต้องส่งตามข้อตกลง
(๒) ต้องปฏิบัติตามคำรับรองที่ผู้ฝากได้ให้ไว้ในคำขอเปิดบัญชีฝากเงินทุก
ประการ และ
(๓) เมื่อผู้ฝากย้ายถิ่นที่อยู่ ต้องแจ้งให้ธนาคารออมสินทราบภายในกำหนด
สามสิบวันนับแต่วันที่ได้ย้ายไปจากถิ่นที่อยู่เดิม
ข้อ ๑๓ ถ้าผู้ฝากตายก่อนครบกำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์ ในเมื่อ
กรมธรรม์การฝากเงินนั้นยังใช้ได้ ก็ไม่ต้องส่งเงินฝากอีกต่อไป และให้กรมธรรม์การฝากเงินนั้น
ยังคงมีผลใช้ได้ ทั้งนี้เว้นแต่ผู้ฝากได้กระทำอัตวินิบาตกรรมภายในหนึ่งปีนับแต่วันในกรมธรรม์
การฝากเงิน
ข้อ ๑๔ หากภายหลังปรากฏว่า ข้อความหรือคำตอบที่ผู้ฝากให้ไว้ในคำขอเปิด
บัญชีฝากเงินหรือรายงานตรวจของแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเป็นเท็จหรือแกล้งปกปิดความจริง หรือ
ผู้ฝากมิได้ปฏิบัติตามคำรับรองที่ได้ให้ไว้คำขอเปิดบัญชีฝากเงินผู้อำนวยการจะบอกเลิกการรับ
ฝากเงินนั้นเสียก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินที่ส่งฝากมาแล้วคืนให้ในอัตราร้อยละ
เก้าสิบห้า ถ้ามีหนี้สินเกี่ยวค้างอยู่ตามกรมธรรม์การฝากเงิน ให้ธนาคารออมสินหักออกไว้ได้
แต่อย่างไรก็ดีในบางกรณี ถ้าผู้อำนวยการเห็นสมควรจะทำความตกลงกับผู้ฝากเป็นพิเศษก็ได้
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ผู้ฝากจะเปลี่ยนอาชีพจากที่ได้แจ้งไว้ในคำขอเปิดบัญชีฝากเงิน
ไปประกอบอาชีพที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิต เช่น ทำการบิน หรือทำการในเรือดำน้ำ ฯลฯ เป็นต้น
ให้ผู้ฝากแจ้งให้ธนาคารออมสินทราบล่วงหน้า และทำความตกลงเพิ่มเงินที่ส่งฝากเสียก่อน
มิฉะนั้นความรับผิดของธนาคารออมสินตามกรมธรรม์การฝากเงินย่อมจำกัดให้ใช้เงินเพียงเท่า
จำนวนเงินที่ส่งฝากมาแล้วแก่ธนาคารออมสินกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสามต่อปีเท่านั้น
ข้อ ๑๖ อัตราเงินฝากซึ่งต้องส่งเป็นรายปีนั้น ผู้ฝากจะขอแบ่งส่งเป็นงวด
หกเดือนต่อครั้ง หรืองวดสามเดือนต่อครั้งก็ได้ แต่การแบ่งส่งเป็นงวดหกเดือนต่อครั้ง จะต้อง
เพิ่มอัตราเงินฝากขึ้นอีกร้อยละสองต่อปี ส่วนการแบ่งส่งเป็นงวดสามเดือนต่อครั้ง จะต้องเพิ่ม
อัตราเงินฝากขึ้นอีกร้อยละสี่ต่อปี
การส่งเงินฝาก ถ้าผู้ฝากส่งไม่ทันตามกำหนด ธนาคารออมสินจะยังไม่ถือว่า
เป็นการขาดส่งเงินฝากจนกว่าจะได้พ้นกำหนดสามสิบวันไปแล้ว ถ้าผู้ฝากยังไม่ส่งเงินฝาก
ให้ถือว่ากรมธรรม์การฝากเงินนั้นขาดอายุ ถ้าผู้ฝากตายภายในกำหนดนี้กรมธรรม์การฝากเงินยังมี
ผลใช้ได้ และให้ธนาคารออมสินมีอำนาจหักเงินฝากที่ค้างส่งออกจากจำนวนเงินสงเคราะห์ที่ต้อง
จ่ายตามกรมธรรม์การฝากเงิน
ข้อ ๑๗ เมื่อผู้ฝากได้เปิดบัญชีฝากเงินออมสินประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการ
ศึกษาแล้ว ผู้ฝากจะได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้
เมื่อได้ส่งเงินฝากครบตามกำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์หรือผู้ฝากตายก่อนครบ
กำหนดเวลาขอรับเงินสงเคราะห์ กรมธรรม์การฝากเงินย่อมมีผลใช้ได้ เมื่อครบกำหนดเวลา
ขอรับเงินสงเคราะห์ ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินสงเคราะห์รายปีเพื่อการศึกษาให้แก่ผู้รับประโยชน์
ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์การฝากเงิน
ในการจ่ายเงินสงเคราะห์รายปีนี้ ธนาคารออมสินจะหักอัตราเงินฝากประจำปีที่
ผู้ฝากตายออกไว้ ถ้ายังมิได้ส่งฝากและถ้ามีหนี้สินเกี่ยวค้างอยู่ตามกรมธรรม์การฝากเงินก็ให้
ธนาคารออมสินหักออกไว้ได้
ข้อ ๑๘ เมื่อผู้ฝากได้ส่งเงินฝากครบสามปีหรือเกินกว่าสามปีขึ้นไป ถ้าผู้ฝาก
ไม่สามารถส่งเงินฝากต่อไป จะขอเวนคืนกรมธรรม์การฝากเงินเพื่อขอรับเงินเป็นเงินสดหรือขอให้
สลักหลังกรมธรรม์การฝากเงินเปลี่ยนเป็นชนิดใช้เงินสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แต่ต้องยื่นคำ
ขอเป็นหนังสือ และมอบกรมธรรม์การฝากเงินแก่ธนาคารออมสินภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่
วันที่กรมธรรม์การฝากเงินขาดอายุค่าเวนคืนที่จะได้รับเป็นจำนวนเงินมากน้อยเท่าใด อาศัย
จำนวนปีที่ได้ส่งเงินฝากแล้วเต็มปีตามที่ได้กำหนดไว้ในตารางค่าเวนคืนท้ายกรมธรรม์การฝากเงิน
เอกสิทธิ์นี้มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่มีบทกฎหมายหรือข้อจำกัดใด ซึ่งบังคับไว้เป็นอย่างอื่นและให้
ธนาคารออมสินหักหนี้สินที่เกี่ยวค้างอยู่ตามกรมธรรม์การฝากเงินออกจากค่าเวนคืนนี้เสียก่อน
ข้อ ๑๙ ภายหลังที่กรมธรรม์การฝากเงินมีอายุครบสองปีแล้ว ธนาคารออมสิน
จะให้กู้เงินโดยยึดกรมธรรม์การฝากเงินไว้เป็นประกัน เพื่อช่วยให้กรมธรรม์การฝากเงินมีอายุ
ต่อไปและภายหลังที่กรมธรรม์การฝากเงินมีอายุครบสามปี ธนาคารออมสินจะให้กู้เงินตามที่แจ้ง
ไว้ในตารางท้ายกรมธรรม์การฝากเงิน การให้กู้ ผู้ฝากต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปี ให้หัก
ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ให้กู้จนสิ้นปีตามกรมธรรม์การฝากเงินออกเสียก่อน ผู้ฝากต้องทำสัญญากู้ตาม
แบบของธนาคารออมสินและมอบกรมธรรม์การฝากเงินให้ธนาคารออมสินยึดถือไว้เป็นประกัน
และให้ธนาคารออมสินมีอำนาจหักหนี้ที่ผู้ฝากมีอยู่ตามกรมธรรม์การฝากเงินออกจากเงินที่ให้กู้นี้
ได้
ข้อ ๒๐ กรมธรรม์การฝากเงิน คำขอเปิดบัญชีฝากเงิน และรายงานตรวจร่างกาย
ของแพทย์ จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้เว้นแต่จะได้ตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยทำเป็นหนังสือ
ระหว่างผู้ฝากและผู้อำนวยการ
ข้อ ๒๑ ถ้าผู้ฝากมิได้เวนคืนกรมธรรม์การฝากเงินแก่ธนาคารออมสินภายใน
กำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ขาดส่งเงินฝากตามความในข้อ ๑๖ ธนาคารออมสินจะจัดนำเงิน
ที่ผู้ฝากมีอยู่มาให้ผู้ฝากกู้เพื่อชำระเงินที่ค้างส่ง ทั้งนี้ จำนวนเงินตามอัตราที่อนุญาตให้กู้ตาม
ข้อ ๑๙ นั้นต้องมีเหลือพอที่จะจ่ายทดรองเงินที่จะส่งฝากกับดอกเบี้ยที่ค้างชำระ โดยถือว่าเงินฝาก
ที่ค้างได้ส่งเสร็จไปในเมื่อได้หักค่าเงินกู้และหนี้สินอื่นกับดอกเบี้ยที่ค้างชำระออกแล้ว เงินกู้ให้คิด
ดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปี เงินกู้และดอกเบี้ยที่ทบเข้ากันนี้ ธนาคารออมสินย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้
ก่อนผู้รับประโยชน์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ถ้าหนี้สินรวมทั้งค่าดอกเบี้ย ค่าต่ออายุกรมธรรม์การฝากเงิน และค่าใช้จ่ายที่
เกิดขึ้นเกินจำนวนเงินที่อนุญาตให้กู้ตามข้อ ๑๙ แล้วเมื่อใด ให้ถือว่ากรมธรรม์การฝากเงินเป็นอัน
สิ้นอายุลงเมื่อนั้น โดยธนาคารออมสินมิต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเลย
ในระหว่างเวลาที่จัดให้กรมธรรม์การฝากเงินมีผลใช้ได้ดังกล่าวในวรรคแรก
ผู้ฝากหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะส่งใช้เงินฝากที่ค้างส่งอยู่ทั้งหมด หรือแต่ส่วนใดส่วนหนึ่ง
พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารออมสินในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้
ข้อ ๒๒ เมื่อกรมธรรม์การฝากเงินขาดอายุ นอกจากขอเวนคืนเพื่อขอรับเงินสด
หรือสลักหลังกรมธรรม์การฝากเงินเปลี่ยนเป็นชนิดใช้เงินสำเร็จดังกล่าวในข้อ ๑๘ ผู้ฝากจะขอ
ต่ออายุในเวลาใดเวลาหนึ่งภายในสามปีนับแต่วันที่กรมธรรม์การฝากเงินขาดอายุก็ได้แต่ต้องทำ
คำขอเป็นหนังสือยื่นต่อธนาคารออมสินพร้อมด้วยหลักฐานว่าผู้ฝากมีอนามัยดี และผู้อำนวยการ
เห็นสมควรที่จะต่ออายุกรมธรรม์การฝากเงิน และทั้งผู้ฝากได้ชำระเงินฝากที่ค้างส่งและหนี้สินที่
เกี่ยวเนื่องตามกรมธรรม์การฝากเงินรวมทั้งเงินกู้ที่ใช้ส่งเงินฝากตามความในข้อ ๒๑ กับดอกเบี้ย
ในอัตราร้อยละห้าต่อปี
ข้อ ๒๓ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย เมื่อยังมิได้โอนประโยชน์แห่งกรมธรรม์
การฝากเงินให้แก่ผู้ใดไป ผู้ฝากจะโอนกรมธรรม์การฝากเงินให้แก่ผู้ใด หรือเปลี่ยนผู้รับประโยชน์
หรือให้ประโยชน์แห่งกรมธรรม์การฝากเงินกลับคืนมาเป็นของผู้ฝากเอง หรือตกเป็นมรดกของตน
เองก็ได้ ถ้าผู้รับประโยชน์ตายก่อนผู้ฝาก สิทธิของผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์การฝากเงินให้
ตกเป็นของผู้ฝาก
การโอนกรมธรรม์การฝากเงินต้องทำเป็นหนังสือสองฉบับมีข้อความตรงกันและ
ส่งให้สำนักงานใหญ่ธนาคารออมสินเพื่อลงทะเบียน เมื่อได้รับลงทะเบียนแล้ว ธนาคารออมสินจะ
คืนให้ไปฉบับหนึ่ง
ธนาคารออมสินไม่รับผิดชอบในความสมบูรณ์แห่งการโอนกรมธรรม์การฝากเงิน
หรือการเปลี่ยนตัวผู้รับประโยชน์
ข้อ ๒๔ ถ้าผู้ฝากถึงแก่ความตายเนื่องจากการรบ หรือการสงคราม ความรับผิด
ของธนาคารออมสินตามกรมธรรม์การฝากเงินย่อมจำกัดให้ใช้เงินเพียงเท่าจำนวนเงินที่ได้ส่งฝาก
มาแล้วแก่ธนาคารออมสินกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสามต่อปีเท่านั้น
ข้อ ๒๕ ในกรณีมีการใช้สิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์การฝากเงินใดให้ธนาคาร
ออมสินหักหนี้สินที่ค้างชำระแก่ธนาคารออมสินอันเกี่ยวกับกรมธรรม์การฝากเงินนั้นออกจากเงิน
ที่ต้องจ่ายก่อนหนี้รายอื่น
ข้อ ๒๖ ให้นำกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๔๙๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วย
การรับฝากเงินออมสิน กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙
(พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝาก
เงินออมสิน และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน เฉพาะในส่วนที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ
กฎกระทรวงนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๔
สุนทร หงส์ลดารมภ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+--------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ในการเปิดรับฝากเงิน "ประเภทสงเคราะห์ชีวิตและการศึกษา" ตามพระราชกฤษฎีกากำหนด
ธุรกิจธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๕๐๔
[รก. ๒๕๐๔/๕๒/๕๙๔/๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๔]