ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติ
และธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร
พ.ศ. 2529
----------
โดยที่ได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยธงขึ้นใหม่ ประกอบกับได้พิจารณาเห็นว่าระเบียบเกี่ยวกับ
การชักธงชาติได้ประกาศใช้มาเป็นเวลานาน และมีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง จึงเป็นการสมควรปรับปรุง
ระเบียบเกี่ยวกับการใช้ การชัก หรือการแสดงธงที่มีความหมายถึงประเทศไทยและชาติไทย รวมตลอดถึง
การใช้ การชัก หรือการแสดงธงของต่างประเทศในราชอาณาจักรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 45 และมาตรา 46 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522
สำนักนายกรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า `ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติ
และธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. 2529'
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการ
ชักธงชาติ พุทธศักราช 2488
(2) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการ
ชักธงชาติ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501
(3) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการ
ชักธงชาติ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2503
(4) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการ
ชักธงชาติ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2503
(5) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการ
ชักธงชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519
บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ มติของคณะรัฐมนตรี และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือ
ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
`ธงของต่างประเทศ' หมายความว่า ธงชาติ ธงราชนาวี หรือธงประจำกองทัพเรือ ธงสำหรับ
องค์ราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท ธงแสดงตำแหน่งประมุขของรัฐ หรือหัวหน้ารัฐบาล ธงแสดง
ตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนทางทูต ธงแสดงตำแหน่งหัวหน้าสถานที่ทำการทางกงสุล ธงของรัฐต่างประเทศ
ธงขององค์การระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยเป็นสมาชิก ธงอื่นของต่างประเทศซึ่งได้รับอนุญาตจากนายก
รัฐมนตรีและให้หมายความรวมถึงธงขององค์การระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทยรับรอง
`การใช้ธง' หมายความว่า การนำธงที่อยู่ในสภาพพร้อมแล้วไปทำให้ปรากฏ โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อให้เกิดประโยชน์หรือใช้ในโอกาสใดโอกาสหนึ่งตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
`การชักธง' หมายความว่า การเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา หรือการเชิญธงลงจากยอดเสา ตามกำหนด
เวลาหรือตามโอกาสที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
`การแสดงธง' หมายความว่า การที่บุคคลหรือคณะบุคคลได้ทำหรือสร้างให้ปรากฏเป็นรูปร่าง ไม่
ว่าจะเป็นวัตถุ รูป ภาพ หรือสสารที่มีลักษณะเป็นสีที่มีความหมายถึงธงที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
`เขตพระราชฐาน' หมายความว่า พระบรมมหาราชวัง พระราชวัง พระราชนิเวศน์ และพระตำหนัก
ซึ่งยังใช้ราชการในองค์พระประมุขแห่งชาติอยู่
`ด้านขวา' หมายความว่า ส่วนข้างขวาเมื่อดูออกมาจากภายในหรือจุดของสถานที่ที่ใช้ ชัก แสดง
หรือประดับธง เป็นหลัก เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 5 ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาและตีความ
เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
หมวด 1
การใช้ การชัก และการแสดงธงชาติ
ส่วนที่ 1
ข้อความทั่วไป
----------
ข้อ 6 ธงชาติ เป็นธงที่แสดงความหมายถึงประเทศไทยหรือชาติไทย ให้ปฏิบัติต่อธงดังกล่าวด้วย
ความเคารพ ไม่ดูถูกเหยียดหยามหรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียซึ่งเกียรติภูมิของประเทศไทยหรือชาติไทย
ข้อ 7 ธงชาติที่จะนำมาใช้ ชัก หรือแสดง ต้องมีสภาพดี เรียบร้อย ไม่ขาดวิ่น และสีไม่ซีดจน
เกินควร
ข้อ 8 เสาธงชาติจะมีขนาดสูง ต่ำ ใหญ่หรือเล็กเพียงไร ควรจะอยู่ ณ ที่ใด และจะใช้ผืนธงขนาด
ใดนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือผู้ปกครองสถานที่หรือเอกชนผู้ครอบครอง
อาคารสถานที่หรืออาคารนั้นที่จะพึงพิจารณาให้เหมาะสมเป็นสง่างามแก่อาคารสถานที่นั้น ๆ
ข้อ 9 การชักธงชาติให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีหน้าที่ชักธง ต้องแต่งกายเรียบร้อย
(2) เมื่อใกล้กำหนดเวลาชักธงขึ้น ให้เตรียมธงผูกติดกับสายเชือกทางด้านขวาของผู้ชักธง
ให้เรียบร้อย
(3) เมื่อถึงกำหนดเวลา ให้คลี่ธงออกเต็มผืน แล้วดึงเชือกให้ธงขึ้นช้า ๆ ด้วยความสม่ำเสมอ
จนถึงสุดยอดเสาธง แล้วจึงผูกเชือกไว้ให้ตึงไม่ให้ธงลดต่ำลงมาจากเดิม
(4) เมื่อชักธงลง ให้ดึงเชือกให้ธงลงช้า ๆ ด้วยความสม่ำเสมอ และสายเชือกตึง จนถึง
ระดับเดิมก่อนชักขึ้น
(5) ในกรณีที่มีการบรรเลงเพลงเคารพหรือมีสัญญาณในการชักธงขึ้นและลงจะต้องชักธงขึ้น
และลงให้ถึงจุดที่สุด พร้อมกับจบเพลงหรือสัญญาณนั้น ๆ
ข้อ 10 กรณีที่ทางราชการประกาศให้ลดธงชาติครึ่งเสาตามข้อ 14 ให้ปฏิบัติการในการชักธงขึ้น
เช่นเดียวกับในข้อ 9 เมื่อธงถึงยอดเสาแล้วจึงลดลงให้อยู่ในระดับความสูงประมาณสองในสามส่วนของ
ความสูงของเสาธงนั้น และเมื่อจะชักธงลงให้ชักธงขึ้นจนถึงยอดเสาก่อนแล้วจึงชักธงลงตามที่กำหนดใน
ข้อ 9
ข้อ 11 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงราชนาวี ให้เป็นไปตามระเบียบที่กองทัพเรือกำหนด
ส่วนที่ 2
การชักธงชาติในราชอาณาจักร
----------------------
ข้อ 12 การชักธงชาติในเวลาปกติ ณ อาคารสถานที่และที่ยานพาหนะ ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) อาคารสถานที่และยานพาหนะของราชการฝ่ายทหารให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับ
ของทหาร
(2) อาคารสถานที่ราชการฝ่ายพลเรือน ให้ชักธงทุกหน่วยงาน กรณีที่มีสถานที่ราชการ
หลายหน่วยงานในบริเวณเดียวกัน จะสมควรชักธง ณ ที่ใด ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานผู้ปกครอง
อาคารสถานที่นั้น ๆ จะตกลงกัน
(3) อาคารสถานที่ราชการฝ่ายพลเรือนที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐาน การชักธงโดยการจัด
ตั้งเสาธงต่างหากจากตัวอาคารให้ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการพระราชวัง
(4) สถาบันการศึกษาในสังกัดหรือในความควบคุมของทบวงมหาวิทยาลัย โรงเรียนทุก
ประเภท และสถานศึกษาในสังกัดหรือในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่ทบวง
มหาวิทยาลัย หรือกระทรวงศึกษาธิการกำหนด แล้วแต่กรณี
(5) เรือเดินทะเล ให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณีของชาวเรือ
(6) เรือเดินในลำน้ำ ถ้าจะชักธงให้ชักไว้ที่ท้ายเรือ
(7) ที่สาธารณสถานและอาคารสถานที่ของเอกชน ถ้าจะชักธงให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้
โดยอนุโลม
ยานพาหนะอย่างอื่นนอกจากที่ระบุไว้ข้างต้น โดยปกติไม่ควรชักธง
ข้อ 13 ในโอกาสและวันพิธีสำคัญให้ชักและประดับธงชาติ ณ อาคารสถานที่ ยานพาหนะ และที่สาธารณสถาน
ตามกำหนดวันและระยะเวลาดังต่อไปนี้
(1) วันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 1 วัน
(2) วันมาฆบูชา 1 วัน
(3) วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึก
มหาจักรีบรมราชวงศ์ วันที่ 6 เมษายน 1 วัน
(4) วันสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน 1 วัน
(5) วันฉัตรมงคล วันที่ 5 พฤษภาคม 1 วัน
(6) วันพืชมงคล 1 วัน
(7) วันวิสาขบูชา 1 วัน
(8) วันอาสาฬหบูชา 1 วัน
(9) วันเข้าพรรษา 1 วัน
(10) วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรม
ราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 1 วัน
(11) วันสหประชาชาติ วันที่ 24 ตุลาคม 1 วัน
(12) วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว วันที่ 5 6 และ 7 ธันวาคม 3 วัน
(13) วันรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ธันวาคม 1 วัน
การชักและประดับธงในโอกาสหรือวันพิธีสำคัญอื่น ๆ ให้เป็นไปตามที่ทางราชการจะประกาศให้
ทราบเป็นครั้งคราว
ส่วนการชักและประดับธงในงานพิธีสำคัญอื่น ๆ ตามประเพณีนิยมให้ปฏิบัติต่อธงด้วยความเคารพ
ข้อ 14 การลดธงชาติครึ่งเสากรณีใด เป็นเวลาเท่าใด ให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักพระราชวัง
หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี แจ้งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอ
นายกรัฐมนตรีสั่งการ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งให้กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจและผู้
ที่เกี่ยวข้องทราบและปฏิบัติ
ข้อ 15 การชักธงชาติขึ้นและลง โดยปกติให้เป็นไปตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(1) ชักขึ้นเวลา 08.00 นาฬิกา
(2) ชักลงเวลา 18.00 นาฬิกา
สำหรับอาคารสถานที่และยานพาหนะฝ่ายทหาร ให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของทหาร
ส่วนเรือเดินทะเล ให้ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเรือ
ส่วนที่ 3
การชักธงชาตินอกราชอาณาจักร
-----------------------
ข้อ 16 การชักธงชาติ ณ อาคารสถานที่และที่ยานพาหนะของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รวม
ตลอดถึงสถานที่อยู่ ที่พักอาศัยของหัวหน้าคณะผู้แทนทางทูต หรือหัวหน้าสถานที่ทำการกงสุล ให้ปฏิบัติตามที่
กำหนดไว้ในส่วนที่ 2 โดยอนุโลม โดยให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ คำนึงถึงขนบธรรมเนียม
ระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ความตกลงกับรัฐบาลไทย และขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี
แห่งท้องถิ่นประกอบด้วย
ข้อ 17 การชักธงชาติบนเรือของรัฐบาลที่เดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ให้ปฏิบัติตามข้อ 16
โดยอนุโลม
สำหรับเรือของทางราชการฝ่ายทหาร ให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของทหาร
ส่วนที่ 4
การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติคู่กับธงอื่น
----------------------------------
หรือกับพระพุทธรูป และพระบรมรูป
-------------------------
ข้อ 18 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติคู่กับธงอื่น หรือร่วมกับธงอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
ว่าด้วยธง ยกเว้นธงพระอิสริยยศจะต้องไม่ให้ธงชาติอยู่ในระดับต่ำกว่าธงอื่น ๆ และโดยปกติให้จัด
ธงชาติอยู่ที่เสาธงแรก ด้านขวา
การใช้ธงชาติคู่กับธงอื่นในงานพิธีซึ่งมีแท่นหรือที่สำหรับประธานให้จัดธงชาติอยู่ด้านขวา และธงอื่น
อยู่ด้านซ้าย
ข้อ 19 การใช้หรือชักธงชาติคู่กับธงอื่นนอกจากที่กล่าวในข้อ 18 ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) เมื่อรวมกับธงชาติแล้วเป็นจำนวนคี่ ต้องให้ธงชาติอยู่กลาง
(2) เมื่อรวมกับธงชาติแล้วเป็นจำนวนคู่ ต้องให้ธงชาติอยู่กลางด้านขวา
ข้อ 20 การใช้ธงชาติร่วมกับพระพุทธรูปและพระบรมรูปในพิธีการต่าง ๆ เพื่อเป็นที่สักการะร่วมกัน
ให้จัดธงชาติอยู่ด้านขวาของพระพุทธรูป พระบรมรูปอยู่ด้านซ้าย
ส่วนที่ 5
การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติคู่หรือร่วมกับ
------------------------------------
ธงของต่างประเทศ
--------------
ข้อ 21 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติคู่หรือร่วมกับธงของต่างประเทศ จะต้องเป็นไปใน
ลักษณะที่เท่าเทียมกัน เช่น ขนาดและสีของธง และความสูงต่ำของเสาธง เป็นต้น
ข้อ 22 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติคู่หรือร่วมกับธงของต่างประเทศให้ปฏิบัติดังนี้
(1) ถ้าใช้หรือชักธงของต่างประเทศประเทศเดียว ต้องให้ธงชาติเคียงคู่อยู่ทางด้านขวา
ของธงต่างประเทศ
(2) ถ้าใช้หรือชักธงของต่างประเทศเกินกว่าหนึ่งประเทศ ซึ่งเมื่อรวมกับธงชาติแล้วเป็น
จำนวนคี่ ต้องให้ธงชาติอยู่กลาง
(3) ถ้าใช้หรือชักธงของต่างประเทศเกินกว่าหนึ่งประเทศ ซึ่งเมื่อรวมกับธงชาติแล้วเป็น
จำนวนคู่ ต้องให้ธงชาติอยู่กลางด้านขวา
ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่เป็นการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติในอาคารสถานที่ หรือมีข้อตกลง
ระหว่างประเทศ หรือประเทศภาคีกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น ให้ใช้ ชัก หรือแสดงเรียงตามลำดับอักษร
หรือเรียงตามลำดับการเป็นสมาชิก เป็นต้น ก็ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือข้อกำหนดนั้น ๆ ได้
การใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติในการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ โดยปกติให้เป็นไปตาม
ระเบียบข้อบังคับของสมาคมกีฬาระหว่างประเทศ หรือตามหลักสากลที่ยอมรับกันในนานาอารยประเทศ
ข้อ 23 การใช้ธงชาติคู่กับธงของต่างประเทศสำหรับรถยนต์ให้ใช้ปักธงชาติไว้ทางด้านขวา และ
ธงของต่างประเทศไว้ทางด้านซ้าย
ยานพาหนะอื่นให้อนุโลมทำนองเดียวกับวิธีที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง เว้นแต่การใช้บนเรือให้เป็นไป
ตามธรรมเนียมประเพณีของชาวเรือ
ส่วนที่ 6
การใช้ธงชาติกับผู้เสียชีวิต
-------------------
ข้อ 24 การใช้ธงชาติประกอบเกียรติยศศพหรืออัฐิ ให้ใช้ธงชาติกับบุคคลดังต่อไปนี้
(1)ประธานองคมนตรี
(2) ประธานรัฐสภา
(3) นายกรัฐมนตรี
(4) ประธานศาลฎีกา
(5) ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์
(6) ผู้ที่เสียชีวิตเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่สู้รบหรือต่อสู้หรือช่วยเหลือการสู้รบหรือต่อสู้
หรือเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือช่วยเหลือราชการในการป้องกันอธิปไตยหรือรักษาความสงบ
เรียบร้อยของประเทศ หรือปราบปรามการกระทำผิดต่อความมั่นคงของรัฐหรือปราบปรามการกระทำ
ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(7) ผู้ที่เสียชีวิตเนื่องจากได้แสดงความกล้าหาญช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ให้เป็นประโยชน์อย่าง
สำคัญแก่ทางราชการ โดยไม่เกรงภัยอันจะเกิดแก่ชีวิตของตน
(8) บุคคลนอกจากที่กล่าวข้างต้น และเป็นผู้ที่ทางราชการเห็นสมควร
สำหรับบุคคลตาม (1) (2) (3) และ (4) ต้องเป็นผู้ที่เสียชีวิตในขณะดำรงตำแหน่ง
การใช้ธงชาติประกอบเกียรติยศศพหรืออัฐิของบุคคลตาม (6) และ (7) ในกรุงเทพมหานคร ให้
เสนอขอความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดอื่น ๆ ให้เสนอขอความเห็นชอบ
จากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอท้องที่ หรือผู้บังคับบัญชาทหารระดับกองทัพ หรือเทียบเท่าขึ้นไป
แล้วแต่กรณี
การใช้ธงชาติประกอบเกียรติยศศพหรืออัฐิของบุคคลตาม (8) ให้หัวหน้าส่วนราชการตามวรรคสาม
เป็นผู้เสนอขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
มหาดไทยมอบหมาย
ข้อ 25 การใช้ธงชาติคลุมศพ ให้ใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ในพิธีรับพระราชทานน้ำอาบศพหรือพิธีรดน้ำศพ
(2) ในพิธีปลงศพตามประเพณีของทหารเรือ
(3) ในระหว่างการเคลื่อนย้ายศพเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
ข้อ 26 การใช้ธงชาติคลุมหีบศพหรืออัฐิ ให้ใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อเชิญหรือเคลื่อนย้ายศพหรืออัฐิ เพื่อประกอบพิธีรับพระราชทานน้ำอาบศพ รดน้ำศพ
หรือบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา
(2) ในระหว่างการประกอบพิธีทางศาสนา
(3) ในระหว่างการตั้งศพเพื่อรับพระราชทานเพลิงศพประกอบการฌาปนกิจ หรือเคลื่อน
ย้ายศพไปประกอบพิธีฝัง
ข้อ 27 การใช้ธงชาติคลุมศพหรือหีบศพ ปกติให้ใช้คลุมตามความยาวของธง โดยให้ด้านต้นของผืน
ธงอยู่ทางส่วนศรีษะของศพ และจะต้องปฏิบัติไม่ให้เป็นการเสื่อมเสียเกียรติแก่ธง
ห้ามมิให้วางสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงบนธงชาติที่คลุมศพหรือหีบศพ
เมื่อจะรับพระราชทานน้ำอาบศพ บรรจุหรือฝังศพ ประชุมเพลิงศพตอนเผาจริงให้เชิญธงชาติที่คลุมศพ
หรือหีบศพพับเก็บให้เรียบร้อยโดยมิให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของธงสัมผัสพื้น
ข้อ 28 ผู้ได้รับพระราชทานโกศหรือหีบหลวงประกอบเกียรติยศศพอยู่แล้ว ถ้ามีสิทธิที่จะใช้ธงชาติ
คลุมศพด้วย ให้กระทำได้โดยวิธีเชิญธงชาติในสภาพที่พับเรียบร้อยใส่พานตั้งไว้เป็นเกียรติยศที่หน้าที่ตั้งศพ
เช่นเดียวกับการตั้งเครื่องยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าเครื่องยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ห้ามใช้ธงชาติหรือแถบสีธงชาติคลุมทับหรือตกแต่งโกศหรือหีบศพที่พระราชทานประกอบเกียรติยศศพ
ส่วนที่ 7
การทำความเคารพธงชาติ
-------------------
ข้อ 29 เมื่อได้เห็นการชักธงชาติขึ้นและลงจากเสาธง ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) ตามเวลาปกติที่กำหนดไว้ในข้อ 15
(2) เมื่อมีการชักธงชาติขึ้นและลง ในพิธีการต่าง ๆ ให้แสดงความเคารพโดยการยืนตรง
หันไปทางเสาธง อาคาร หรือสถานที่ที่มีการชักธงชาติขึ้นและลง จนกว่าจะเสร็จการ
ในกรณีที่ได้ยินเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติ จะเห็นหรือไม่เห็นการชักธงชาติก็ตาม หรือ
ในกรณีอยู่ในอาคารหรือยานพาหนะที่ไม่สามารถยืนแสดงความเคารพได้ ให้แสดงความเคารพโดยหยุดนิ่ง
ในอาการสำรวม จนกว่าการชักธงชาติหรือเสียงเพลงชาติหรือสัญญาณการชักธงชาติจะสิ้นสุดลง
สำหรับข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของทางราชการหรือองค์การของรัฐ ซึ่งแต่งเครื่องแบบ
ให้ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของทางราชการหรือองค์การของรัฐนั้น
นักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งแต่งเครื่องแบบ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่กระทรวง ทบวง กรม หรือ
องค์การของรัฐ กำหนด แล้วแต่กรณี หรือตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยอนุโลม
ส่วนที่ 8
การดูแลรักษาธงชาติ
---------------
ข้อ 30 ให้หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานผู้ปกครองอาคารสถานที่ราชการหรือสถานที่ทำการ
ของหน่วยงานของรัฐและเอกชนผู้ครอบครองอาคารสถานที่ที่มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติกวดขัน
ดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบนี้โดยเคร่งครัด
ข้อ 31 ให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติ
เก็บรักษาธงชาติไว้ด้วยความเคารพในสถานที่และที่เก็บอันสมควร
ข้อ 32 การเชิญธงชาติจากที่เก็บรักษาเพื่อนำไปใช้ ชัก หรือแสดง ในกรณีที่ธงชาติเป็นผืนผ้าให้
เชิญไปในสภาพที่พับเรียบร้อย และด้วยอาการเคารพเมื่อถึงที่ที่จะใช้หรือแสดง จึงคลี่ธงออกเพื่อใช้หรือ
แสดงต่อไป
ในกรณีจะใช้ชัก ให้เชิญธงชาติไปยังเสาธง เมื่อใกล้จะถึงกำหนดเวลาแล้ว จึงปฏิบัติตามที่กำหนด
ไว้ในข้อ 9
การเชิญธงชาติจากที่ที่ใช้ ชัก หรือแสดง ไปเก็บไว้ ณ ที่เก็บรักษา ให้ดำเนินการในลักษณะเดียว
กับที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
หมวด 2
การใช้ การชัก และการแสดงธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร
ส่วนที่ 1
สถานที่ที่จะใช้ ชัก และแสดงธงของต่างประเทศ
-----------------------------------
ข้อ 33 ภายใต้บังคับมาตรา 46 (5) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 การใช้ การชัก
หรือการแสดงธงของต่างประเทศ จะกระทำได้ ณ สถานที่และที่ยานพาหนะดังต่อไปนี้
(1) เรือหรืออากาศยานของรัฐต่างประเทศที่เข้ามาในราชอาณาจักร
(2) อาคารสถานที่ของทางราชการ และบริเวณถนน หรือที่สาธารณะที่เป็นเส้นทางผ่าน
ของประมุขหรือบุคคลสำคัญของต่างประเทศ ซึ่งเดินทางมาเยือนหรือแวะพัก
(3) สถานที่ที่มีการจัดประชุมหรือการชุมนุมระหว่างประเทศ
(4) สถานที่ที่จัดการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ ที่พักนักกีฬา และบริเวณที่มีการชุมนุมอัน
เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ
(5) สถานที่อื่นตามที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรี
ส่วนที่ 2
โอกาสที่จะใช้ ชัก หรือแสดงธงของต่างประเทศ
ข้อ 34 การใช้ การชัก และการแสดงธงของต่างประเทศบนเรือหรืออากาศยานของรัฐต่าง
ประเทศที่เข้ามาในราชอาณาจักรในโอกาสมาเยือนหรือแวะพักหรือในโอกาสอื่นตามที่รัฐบาลไทยหรือส่วนราช
การของรัฐบาลไทยอนุญาต ให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ
ตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น
ข้อ 35 การชักและประดับธงของต่างประเทศตามอาคารสถานที่ของทางราชการ และบริเวณถนน
หรือที่สาธารณะที่เป็นเส้นทางผ่านของประมุขหรือบุคคลสำคัญของต่างประเทศ ซึ่งเดินทางมาเยือนหรือแวะพัก
ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อ 21 และ
ข้อ 22
การชักและประดับธงของต่างประเทศตามอาคารสถานที่ของเอกชนในโอกาสดังกล่าว ให้เป็นไป
ตามประกาศเชิญชวนของทางราชการ และปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งโดยอนุโลมสิน
ข้อ 36 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงของต่างประเทศที่อาคารหรือบริเวณสถานที่ที่จัดการ
ประชุม หรือที่มีการชุมนุมระหว่างประเทศ ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) การประชุมหรือการชุมนุมระหว่างประเทศ ที่จัดโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ
ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานผู้จัดมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธงของต่าง
ประเทศสมาชิกที่มาประชุมหรือชุมนุมคู่หรือร่วมกับธงชาติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 21 และข้อ 22
(2) การประชุมหรือการชุมนุมระหว่างประเทศที่จัดโดยองค์การระหว่างประเทศที่รัฐบาลไทย
เป็นสมาชิก และเป็นการจัดในสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ตั้งหรือสถานที่ทำงานขององค์การระหว่าง
ประเทศนั้น ให้องค์การระหว่างประเทศผู้จัดมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธงของ
ต่างประเทศร่วมกับธงชาติ โดยปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน (1)
(3) การประชุมหรือการชุมนุมระหว่างประเทศที่จัดโดยองค์การระหว่างประเทศที่ประเทศ
ไทยรับรอง เช่น องค์การกาชาดสากลระหว่างประเทศ หรือองค์การลูกเสือโลก เช่น องค์การระหว่าง
ประเทศและหน่วยงานผู้จัดมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธงขององค์การระหว่าง
ประเทศ ธงของประเทศสมาชิกร่วมกับธงชาติ โดยปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน (1)
(4) การประชุมหรือการชุมนุมระหว่างประเทศที่จัดโดยบุคคล คณะบุคคล หน่วยงานหรือ
องค์การอื่นนอกจากที่กล่าวใน (1) (2) และ (3) ข้างต้น ให้ผู้จัดขออนุญาตใช้ ชัก หรือแสดงธงของ
ต่างประเทศต่อผู้มีอำนาจอนุญาต ดังต่อไปนี้
(ก) ในกรุงเทพมหานครให้ยื่นเรื่องราวขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือผู้
ที่ได้รับมอบหมาย
(ข) ในจังหวัดอื่น ๆ ให้ยื่นเรื่องราวขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
คำร้องขออนุญาตตาม (ก) และ (ข) ให้เป็นไปตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ผู้จัดมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธง
ของต่างประเทศ คู่หรือร่วมกับธงชาติโดยปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ใน (1)
ข้อ 37 การใช้ การชัก หรือการแสดงธงของต่างประเทศ ธงขององค์การกีฬาระหว่างประเทศที่
ประเทศไทยเป็นสมาชิก หรือที่รัฐบาลไทยรับรอง ที่สนามแข่งขันกีฬา อาคาร หรือบริเวณที่พักนักกีฬา และ
บริเวณที่มีการชุมนุมอันเกี่ยวเนื่องกับการแข่งขันกีฬาให้ปฏิบัติดังนี้
(1) การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศจัดโดยส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ สมาคมกีฬาที่
หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบทางการกีฬารับรอง ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือสมาคม
กีฬาผู้จัด มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการใช้ การชัก หรือการแสดงธงชาติธงของต่างประเทศ และธงขององค์
การกีฬาระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมกีฬาระหว่างประเทศ หรือตามหลักสากล
ที่ยอมรับกันในนานาอารยประเทศ
ในกรณีที่ไม่มีระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมกีฬาระหว่างประเทศกำหนดไว้ หรือมีข้อขัดแย้ง
ในหลักสากลตามที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ปฏิบัติตามข้อ 21 และข้อ 22
(2) การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ จัดโดยบุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานอื่นนอกจาก
ที่กล่าวใน (1) ให้บุคคล คณะบุคคล หรือหน่วยงานผู้จัดขออนุญาตใช้ ชัก หรือแสดงธงของต่างประเทศ
และหรือธงขององค์การกีฬาระหว่างประเทศ ต่อผู้มีอำนาจตามที่กำหนดไว้ในข้อ 36 (4)
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ผู้จัดมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้มีการใช้ การชัก หรือการแสดงธง
ของต่างประเทศ และหรือธงขององค์การกีฬาระหว่างประเทศคู่หรือร่วมกับธงชาติ ตามที่กำหนดไว้ใน
(1)
ข้อ 38 ผู้ใดหรือหน่วยงานใดประสงค์จะใช้ ชัก หรือแสดงธงอื่นของต่างประเทศ ซึ่งจะต้องได้รับ
อนุญาตจากนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 หรือประสงค์
จะใช้ ชัก หรือแสดงธงของต่างประเทศ ณ สถานที่อื่นนอกจากที่กล่าวในข้อ 34 ข้อ 35 ข้อ 36 และข้อ
37 ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีก่อนตามมาตรา 46 (6) แห่งพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522
ให้ยื่นเรื่องราวต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งผู้รักษาการตามระเบียบนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา
ต่อไป
คำร้องขออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2529
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี