ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การแก้ไขข้อบังคับ บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน)
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) (บมจ. กฟผ.) เห็นชอบให้แก้ไขข้อบังคับบริษัทของ บมจ. กฟผ. ข้อ ๙ ในเรื่อง ข้อจำกัดการโอนหุ้น โดยให้ยกเลิกข้อความในข้อ ๙ ของข้อบังคับบริษัทของ บมจ. กฟผ. และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน
“หุ้นของบริษัทให้โอนกันได้โดยไม่มีข้อจำกัด และหุ้นที่ถือโดยคนต่างด้าวในขณะใดขณะหนึ่งต้องมีจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า (๒๕) ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะถือหุ้นอยู่ในบริษัทเกินกว่าร้อยละห้า (๕) ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทมิได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ถือหุ้นเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้น ตามมติคณะรัฐมนตรีและมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ของรัฐบาล หรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
เพื่อวัตถุประสงค์ของวรรคสองของข้อบังคับข้อ ๙ นี้ หุ้นของบริษัทที่บุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ ถืออยู่ให้นับรวมเป็นหุ้นของบุคคลตามวรรคหนึ่งด้วย
(๑) คู่สมรสของบุคคลตามวรรคหนึ่ง
(๒) บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามวรรคหนึ่ง
(๓) ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) เป็นหุ้นส่วน
(๔) ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดรวมกันเกินร้อยละสามสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น
(๕) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้น
(๖) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือห้างหุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔) หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตาม (๕) ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดนั้น
(๗) นิติบุคคลที่บุคคลตามวรรคหนึ่งหรือบุคคลตาม (๑) ถึง (๖) สามารถมีอำนาจในการจัดการในฐานะเป็นผู้แทนของนิติบุคคล
(๘) บุคคลที่ถือหุ้นแทนบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือบุคคลตาม (๑) ถึง (๗) ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
เพื่อวัตถุประสงค์ในการตีความข้อบังคับฉบับนี้ “คนต่างด้าว” ให้หมายถึง
(๑) บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
(๒) นิติบุคคลซึ่งไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย
(๓) นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) นิติบุคคลซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) ลงทุนมีมูลค่าหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น
(ข) ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน ซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลตาม (๑)
(๔) นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) ลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น
(๕) บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่คณะกรรมการบริษัทมีเหตุอันสมควรเชื่อว่า ถือหุ้นแทนหรือเพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว
หากปรากฏว่า บุคคลใดได้หุ้นของบริษัทมา และการได้มานั้นเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถือหุ้นอยู่ในบริษัทเกินจำนวนที่จะถือได้ตามวรรคหนึ่งและวรรคสองข้างต้น บุคคลนั้นจะยกเอาการถือหุ้นในส่วนที่เกินจำนวนดังกล่าวขึ้นใช้ยันต่อบริษัทไม่ได้ และบริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ่ายเงินปันผล หรือเงินตอบแทนอื่นใดให้แก่บุคคลนั้นหรือไม่ยอมรับการลงคะแนนเสียงของบุคคลนั้น สำหรับหุ้นในส่วนที่เกินจำนวนดังกล่าวได้”
โดยให้ถือความเห็นของกระทรวงการคลังดังกล่าวเป็นมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามนัยมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๑]
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล
ปลัดกระทรวงการคลัง
นันทนา/ผู้จัดทำ
๒ มีนาคม ๒๕๔๙