หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. 2551

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:
ข้อกำหนด:

กำลังแสดง: ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. 2551 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

พ.ศ. ๒๕๕๑

                       

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๒) มาตรา ๒๗ (๓) (จ) และมาตรา ๓๒ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความมาตรา ๒๘ ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ และโดยที่มาตรา ๗ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ประกอบกับเพื่อรักษาความปลอดภัยของเอกสารและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดู คณะกรรมการสภาทนายความจึงออกข้อบังคับว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๕๑ ไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๕๑

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ในข้อบังคับนี้

ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสภาทนายความ

คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

 

ข้อ ๔  ให้นายกสภาทนายความเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจในการออกระเบียบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ได้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้คณะกรรมการสภาทนายความ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

 

หมวด ๑

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

                       

 

ข้อ ๕  ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ ประกอบด้วย

(๑) นายกสภาทนายความ เป็นประธานคณะกรรมการ

(๒) อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่หนึ่ง

(๓) อุปนายกฝ่ายบริหาร เป็นรองประธานคณะกรรมการคนที่สอง

(๔) กรรมการที่คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภาทนายความอื่นอีก จำนวน ๔ คน

(๕) เลขาธิการสภาทนายความเป็นกรรมการและเลขานุการ

 

ข้อ ๖  ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์ หรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบการขออนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขอบเขตการเปิดเผยเรื่องของสภาทนายความนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๓) กำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่สภาทนายความหรือส่งไปหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๔) พิจารณาปัญหาหรืออุปสรรค รวมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการสภาทนายความมอบหมาย

 

ข้อ ๗  การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานกรรมการปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้ารองประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

 

หมวด ๒

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

                       

 

ข้อ ๘  ให้สภาทนายความจัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความในที่ทำการของสภาทนายความ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับประชาชนสามารถใช้ในการค้นหาและการศึกษาข้อมูลข่าวสารได้สะดวกตามสมควร และมอบหมายเจ้าหน้าที่ให้รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารภายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความ

 

ข้อ ๙  ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในศูนย์ข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง ซึ่งอาจจัดทำเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือสิ่งพิมพ์หรือเอกสารอื่นใดที่มีความสะดวกในการสืบค้นและมีการควบคุมความปลอดภัยของระบบก็ได้

 

หมวด ๓

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

                       

 

ข้อ ๑๐ ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือคำขอดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุ

(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอข้อมูลข่าวสาร พร้อมเอกสารแสดงตัวบุคคล

(๒) รายละเอียดของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่เข้าใจได้ตามสมควร

(๓) เหตุผลที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หรือวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้

(๔) ลายมือชื่อของผู้ขอ

 

ข้อ ๑๑  ให้คณะกรรมการสภาทนายความมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งเสนอเรื่องพร้อมความเห็นเบื้องต้นต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความหรือกรรมการคนหนึ่งคนใดซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความมอบหมายเพื่อวินิจฉัย

 

ข้อ ๑๒  ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๑ มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ ทั้งนี้ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่มีคำสั่ง และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย

 

ข้อ ๑๓  ข้อมูลข่าวสารใดหากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตไว้เป็นพิเศษ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

 

หมวด ๔

การบริการข้อมูลข่าวสาร

                       

 

ข้อ ๑๔  สภาทนายความจะอนุญาตให้ตรวจดูข้อมูลข่าวสารของสภาทนายความได้แต่ในกรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ และสภาทนายความจะไม่อนุญาตในกรณีที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) การตรวจหรือขอข้อมูลนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้าส่วนตน หรือเป็นการขอข้อมูลที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๒) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

(๓) เป็นข้อมูลข่าวสารที่กระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้อื่น

(๔) เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

(๕) เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

 

ข้อ ๑๕  ในกรณีที่มีคำขอสำเนาและสภาทนายความอนุญาตให้ทำสำเนาได้ ให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาเอกสารนั้นจัดทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ยื่นคำขอภายในวันทำการนั้น ถ้าไม่อาจดำเนินการภายในวันทำการนั้น ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมารับแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายระยะเวลาออกไปได้แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันทำการ

หลักเกณฑ์การจัดทำสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปตามระเบียบให้เจ้าหน้าที่ของสภาทนายความซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นผู้รับรองโดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวันเดือนปี ให้ชัดเจน และต้องมีการเสียค่าธรรมเนียม

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ แต่การส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารโดยวิธีนี้ ผู้ยื่นคำขอต้องชำระค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร และค่าส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไว้แล้วจึงจะดำเนินการให้ได้

 

ข้อ ๑๖  ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาและการรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ พ.ศ. ๒๕๔๕

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เดชอุดม  ไกรฤทธิ์

นายกสภาทนายความ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๗๙ ง/หน้า ๔๖/๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑