ประกาศกรมทางหลวงชนบท
เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง
ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงท้องถิ่น
พ.ศ. ๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมทางหลวงชนบทจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๐”
ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาประกาศอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน
ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่น เป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้
ข้อ ๕ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสาย เกี่ยวกับทางหลวงท้องถิ่น ในการออกแบบกำกับ ตรวจตรา และอำนวยความปลอดภัย ตามประกาศนี้
การแบ่งชั้นทางหลวง
ข้อ ๖ ทางหลวงท้องถิ่นในเขตเมืองและในเขตชุมชน แบ่งออกเป็น ๕ ชั้น คือ
(๑) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นพิเศษ
(๒) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๑
(๓) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๒
(๔) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๓
(๕) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๔
ข้อ ๗ ทางหลวงท้องถิ่นนอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน แบ่งออกเป็น ๗ ชั้น คือ
(๑) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นพิเศษ
(๒) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๑
(๓) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๒
(๔) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๓
(๕) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๔
(๖) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๕
(๗) ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๖
มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง
รวมทั้งเขตทางหลวงของทางหลวงท้องถิ่น
ข้อ ๘ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นพิเศษ ในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างช่องทางละไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร
(๕) มีทางระบายน้ำ
(๖) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๔๕.๐๐ เมตร
(๗) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๘) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๔
(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๑๐) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๑) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๙ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๑ ในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร
(๕) มีทางระบายน้ำ
(๖) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๓๐.๐๐ เมตร
(๗) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๘) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๔
(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๐ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๒ ในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร
(๕) มีทางระบายน้ำ
(๖) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๑๖.๐๐ เมตร
(๗) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๘) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๔
(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๑๐) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๑) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๑ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๓ ในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง แต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร
(๕) มีทางระบายน้ำ
(๖) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร
(๗) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๘) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๔
(๙) ความลาดชันของถนน (GRADIENT) ตามสภาพพื้นที่แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๑๐) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๑) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๒ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๔ ในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่เกิน ๓ เมตร
(๔) ควรมีทางระบายน้ำ
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ตามความเหมาะสม
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๔
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT) สภาพพื้นที่แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๕
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๓ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นพิเศษ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๔๕.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๔ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๑ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๓๐.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๕ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๒ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๒ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๒ เมตร
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๒๕.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๖ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๓ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๗ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๔ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นคอนกรีต หรือแอสฟัลต์
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร
(๔) ไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๘ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๕ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นลูกรัง
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร
(๔) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ตามความเหมาะสม
(๕) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๖) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๗) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๘) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๙) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๑๙ ทางหลวงท้องถิ่นชั้นที่ ๖ นอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรแนะนำเป็นลูกรัง
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถและน้ำหนักลงเพลาของรถได้ไม่น้อยกว่าน้ำหนักตามประกาศที่ผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่นกำหนด ตามมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
(๓) ช่องจราจรไม่น้อยกว่า ๑ ช่องทางต่อทิศทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่เกิน ๓.๐๐ เมตร
(๔) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ตามความเหมาะสม
(๕) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนิน ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขา ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๖) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๗) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๘) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๙) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
มาตรฐานที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้
และเสาพาดสายของทางหลวงท้องถิ่น
ข้อ ๑๙ มาตรฐานที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้และเสาพาดสายของทางหลวงท้องถิ่น
(๑) ที่จอดรถ ต้องเป็นที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้ หรือที่ซึ่งไม่กีดขวางทางจราจรแต่ไม่ใช่ทางโค้งบนสะพาน เชิงสะพาน ทางแยก หรือในที่คับขัน
(๒) ระยะแนวต้นไม้ หากเป็นทางหลวงท้องถิ่นในเขตเมืองและในเขตชุมชน ต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร หากเป็นทางหลวงท้องถิ่นนอกเขตเมืองและนอกเขตชุมชน ต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๓) เสาพาดสาย ต้องปักห่างจากแนวเขตทางหลวงเข้ามาทางด้านในไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตรแต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร หรือที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้ และสายต้องพาดสูงจากผิวดินไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร ส่วนที่ต้องพาดสายข้ามถนนต้องสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๕.๕๐ เมตร
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ระพินทร์ จารุดุล
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๐