ประกาศกรมทางหลวงชนบท
เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง
รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้
และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงชนบท
พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๖๐ แห่งพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง มาตรฐานและลักษณะของทางหลวงและงานทาง รวมทั้งกำหนดเขตทางหลวง ที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้ และเสาพาดสายเกี่ยวกับทางหลวงชนบท พ.ศ. ๒๕๔๗”
ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาประกาศอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน
ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักสำรวจและออกแบบ เป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้
หมวด ๑
การแบ่งชั้นทางหลวง
ข้อ ๕ ทางหลวงชนบทแบ่งออกเป็น ๔ ชั้น คือ
(๑) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๑
(๒) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๒
(๓) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๓
(๔) ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๔
หมวด ๒
มาตรฐานและลักษณะของทางหลวง งานทาง
และเขตทางหลวง
ข้อ ๖ ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๑ ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตหรือเทียบเท่า
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน
(๓) ช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง และแต่ละช่องทางกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๒๕ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร ในส่วนที่เป็นไหล่ทางผิวไหล่ทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยาง
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนินไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขาไม่เกิน ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๗ ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๒ ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตหรือเทียบเท่า
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน
(๓) ความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๗.๐๐ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร ในส่วนที่เป็นไหล่ทางผิวไหล่ทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยาง
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนินไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขาไม่เกิน ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๖
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๘
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ข้อ ๘ ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๓ ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยาง
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน
(๓) ความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร
(๔) ทางเท้าหรือไหล่ทางทั้งสองข้าง กว้างข้างละไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร ในส่วนที่เป็นไหล่ทางผิวไหล่ทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือลาดยาง
(๕) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร
(๖) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนินไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขาไม่เกิน ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๗) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๘) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๙) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๑๐) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ถ้ามีความจำเป็นที่มาตรฐานต้องต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ตาม (๓) (๔) (๕) และ (๘) ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
ข้อ ๙ ทางหลวงชนบทชั้นที่ ๔ ต้องประกอบด้วย
(๑) ลักษณะผิวจราจรเป็นลูกรัง หรือวัสดุอย่างอื่นที่ดีกว่า
(๒) สามารถรับน้ำหนักรถ และน้ำหนักบรรทุกรวมกันได้ไม่น้อยกว่า ๒๑ ตัน
(๓) ความกว้างผิวจราจรถ้าเป็นผิวจราจรลูกรังไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร และถ้าเป็นวัสดุอย่างอื่นที่ดีกว่าลูกรัง เช่น ลาดยาง หรือคอนกรีต ไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร
(๔) เขตทางหลวง (RIGHT OF WAY) ไม่น้อยกว่า ๑๕.๐๐ เมตร
(๕) ความเร็วที่ใช้ในการออกแบบ (DESIGN SPEED)
(ก) ทางราบไม่เกิน ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ทางเนินไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) ทางเขาไม่เกิน ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(๖) การยกระดับของถนนบนทางโค้ง (SUPER ELEVATION) ไม่เกินร้อยละ ๑๐
(๗) ความลาดชันของถนน (GRADIENT)
(ก) ทางราบไม่เกินร้อยละ ๔
(ข) ทางเนินไม่เกินร้อยละ ๘
(ค) ทางเขาไม่เกินร้อยละ ๑๒
(๘) ทางแยกหัวมุมถนนซึ่งเกิดจากการเชื่อมหรือตัดกันของถนน ให้ขอบผิวจราจรด้านในมีรัศมีความโค้งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๙) ช่องลอดของถนน ต้องมีระยะลอดในแนวดิ่งไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
ถ้ามีความจำเป็นที่มาตรฐานต้องต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ตาม (๓) (๔) (๕) และ (๗) ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
หมวด ๓
มาตรฐานที่จอดรถ ระยะแนวต้นไม้
และเสาพาดสาย
ข้อ ๑๐ ทางหลวงชนบท
(๑) ที่จอดรถ ต้องเป็นที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้ หรือที่ซึ่งไม่กีดขวางทางจราจรแต่ไม่ใช่ทางโค้ง บนสะพาน เชิงสะพาน ทางแยก หรือในที่คับขัน
(๒) ระยะแนวต้นไม้ ต้องห่างจากขอบผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร
(๓) เสาพาดสาย ต้องปักห่างจากแนวเขตทางหลวงเข้ามาทางด้านในไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร หรือที่ซึ่งทางราชการกำหนดให้และสายต้องพาดสูงจากผิวดินไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร ส่วนที่ต้องพาดสายข้ามถนนต้องสูงจากผิวทางไม่น้อยกว่า ๕.๕๐ เมตร
ถ้ามีความจำเป็นที่มาตรฐานต้องต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ตาม (๒) ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดีกรมทางหลวงชนบท
ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
สุรชัย ธารสิทธิ์พงษ์
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
พรพิมล/พิมพ์
๒๔ พฤษภาคม ๒๕๔๘
ฐิติพงษ์/พัชรินทร์/ตรวจ
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
A+B