กฎกระทรวง
ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2537)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518
-------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 1 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 1 ให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุโดยทำเป็น
ทะเบียนที่ราชพัสดุกลางไว้"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2525)
ออกตามความในพระราชบัญญติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 2 ในแต่ละจังหวัด ให้มีทะเบียนที่ราชพัสดุจังหวัดมีรายการตรงกับทะเบียน
ที่ราชพัสดุกลางสำหรับในกรุงเทพมหานคร ให้กรมธนารักษ์ใช้ทะเบียนที่ราชพัสดุกลางเป็นทะเบียน
ที่ราชพัสดุส่วนจังหวัดส่วนในจังหวัดอื่น ให้ราชพัสดุจังหวัดเป็นผู้จัดทำและรักษาทะเบียนที่ราชพัสดุ
จังหวัด"
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของข้อ 6 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4
(พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518
"การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าปรากฏว่าที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุมีอาณาเขตหรือเนื้อที่
หรือรายการอื่นใด ไม่ตรงตามหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือหลักฐานทางทะเบียนที่ราชพัสดุ
ให้กรมะนารักษ์หรือราชพัสดุจังหวัด แล้วแต่กรณีดำเนินการตามข้อ 6 ทวิ"
ข้อ 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 6 ทวิ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518
"ข้อ 6 ทวิ การดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเพิกถอนทะเบียนที่ราชพัสดุตามข้อ 3
การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุตามข้อ 5 และการดำเนินการ
ตามข้อ 6 วรรคสาม ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด"
ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 11 ทวิ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518
"ข้อ 11 ทวิ การอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุตามข้อ11 กรมธนารักษ์จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ขอ
ให้ต้องเข้าทำประโยชน์ในที่ราชพัสดุตามวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาตภายในกำหนดเวลาสามปีนับแต่วันที่
ได้รับอนุญาต หรือเงื่อนไขอื่นตามที่กรมธนารักษ์เห็นสมควรก็ได้"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน (2) ของข้อ 13 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2524)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(2) มิได้ใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุตามที่ได้รับอนุญาต หรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
ในการอนุญาตตามข้อ 11 ทวิ"
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความในข้อ 13 ตรี แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พงศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2525)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 13 ตรี ในกรณีที่กรมธนารักษ์ได้แจ้งให้กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การปกครอง
ท้องถิ่นซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้หรือครอบครองที่ราชพัสดุ ส่งคืนที่ราชพัสดุที่ต้องส่งคืนตามข้อ 13
และกระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมิได้โต้แย้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่
ได้รับแจ้งกรมธนารักษ์อาจพิจารณาอนุญาตให้ผู้ขอใช้รายอื่นเข้าใช้หรือครอบครองที่ราชพัสดุนั้นแทน
โดยไม่จำต้องรอให้กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การปกครองท้องถิ่นนั้นส่งท่ราชพัสดุคืนก่อนก็ได้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการคืนที่ราชพัสดุ หรือการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และ
กระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถทำความตกลงกับกรมธนารักษ์
ได้ให้กรมธนารักษ์เสนอข้อโต้แย้งต่อคณะกรรมการที่ราชพัสดุเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ 15 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตาม
ความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2525)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"การจำหน่ายอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่จะรื้อถอนหรือวัสดุที่รื้อถอนตามวรรคหนึ่ง
หรือกาาจำหน่ายต้นไม้ ดิน หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ได้มาจากที่ราชพัสดุตามหมวดนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบ
ที่กระทรวงการคลังกำหนด แต่ถ้าจำเป็นจะต้องนำวัสดุที่รื้อถอนหรือต้นไม้ ดิน หรือวัสดุอื่น ๆ ดังกล่าว
ไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ก่อน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์
การอนุญาตให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด"
ข้อ 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 15 ทวิ แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2516) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518
"ข้อ 15 ทวิ ให้รัฐวิสาหกิจซึ่งมีสิทธิใช้ที่ราชพัสดุได้โดยมิต้องเสียค่าตอบแทนตามข้อ 24
หรือตามกฎหมายอื่น รับภาระในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ หรือภาษีอื่นใดที่เกี่ยวกับ
การใช้ที่ราชพัสดุแทนกระทรวงการคลังตั้งแต่วันที่ได้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นเป็นต้นไป
โดยส่งเงินค่าภาษีดังกล่าวให้แก่กรมธนารักษ์หรือผู้แทนภายในกำหนดเวลาอย่างช้าไม่เกินสิบห้าวัน
ก่อนวันสิ้นสุดกำหนดการชำระค่าภาษีนั้นเพื่อดำเนินการต่อไป
ในกรณีที่มิได้มีการส่งเงินค่าภาษีดังกล่าวให้แก่กรมธนารักษ์หรือผู้แทนภายในกำหนดเวลา
ตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเงินค่าภาษีพร้อมเงินเพิ่มและค่าปรับสำหรับค่าภาษีที่ค้างชำระ ถ้ามี ให้แก่
กรมธนารักษ์หรือผู้แทนโดยเร็วที่สุด"
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความในข้อ 16 แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2531)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 16 ที่ราชพัสดุที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทางราชการหรือที่ไม่ได้สงวนไว้เพื่อใช้
ประโยชน์ในทางราชการ กรมธนารักษ์จะนำมาจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าหรือโดยวิธีการ
จัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่าก็ได้
การจัดหาประโยชน์โดยการจัดให้เช่าตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการให้เช่าในลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(1) การให้เช่าที่ดินที่ผู้เช่าใช้อยู่อาศัย
(2) การให้เช่าที่ดินที่ผู้เช่าใช้ประกอบการเกษตร
(3) การให้เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารโดยยกกรรมสิทธิ์อาคารที่ปลูกสร้างให้แก่
กระทรวงการคลัง
(4) การให้เช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น
(5) การให้เช่าอาคารซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ
การจัดหาประโยชน์โดยวิธีจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่นนอกจากการจัดให้เช่าตาม
วรรคหนึ่ง กรมธนารักษ์จะดำเนินการได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง"
ให้ไว้ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2537
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+------------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์
และวิธีการเกี่ยวกับการปกครองดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุตามที่กำหนดใน
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ให้เหมาะสม
และสอดคล้องกับทางปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.2537/50ก/69/9 พฤศจิกายน 2537]