กฎกระทรวง
ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2537)
ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518
-------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ
พ.ศ. 2518
ข้อ 2 การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้
เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ จะกระทำได้แต่โดยการขาย การแลกเปลี่ยน หรือการใช้ และ
จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน เว้นแต่การโอนกรรมสิทธิ์เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ
ตามกฎหมายดังต่อไปนี้ ให้ดำเนินการได้เมื่อกระทรวงการคลังให้ความยินยอมแล้ว
(1) กฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(2) กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
การใช้ที่ราชพัสดุจะกระทำได้เฉพาะเพื่อการศาสนา การสาธารณกุศล หรือการสาธารณ
ประโยชน์อย่างอื่น หรือการโอนคืนให้แก่ผู้ยกให้
ข้อ 3 ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกเหนือจากกรณีตาม
ข้อ 2 (1) และ (2) ให้กระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน
แต่ไม่เกินเจ็ดคน ประกอบด้วยอธิบดีกรมธนารักษ์ หรือรองอธิบดีกรมธนารักษ์ซึ่งอธิบดีกรมธนารักษ์
มอบหมายเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมที่ดิน และบุคคลอื่น เป็นกรรมการ
และผู้อำนวยการกองที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อทำการพิจารณาและเสนอ
ความเห็นต่อกระทรวงการคลังเพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งจะแต่งตั้งอนุกรรมการ
คณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
ข้อ 4 การขายและการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ ให้กำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุโดยประเมิน
จากราคาที่คาดว่าควรจะเป็นราคาซื้อขายจริงในท้องตลาดในปัจจุบัน และให้คำนึงถึงสภาวการณ์
ทางเศรษฐกิจ สภาพและที่ตั้งและที่ราชพัสดุ มูลค่าเพิ่มของที่ราชพัสดุในกรณีที่จะนำไปผนวกเข้ากับ
ที่ดินของบุคคลอื่นที่อยู่ติดกัน รวมทั้งความเหมาะสมและปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดประโยชน์
สูงสุดกับทางราชการ
ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุตาม
วรรคหนึ่งจะให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินอสังหาริมทรัพย์ ทำการศึกษา
และประเมินราคาที่ราชพัสดุเพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบกับมูลค่าขั้นต่ำที่คณะกรรมการประเมินกำหนดไว้
ก็ได้ ทั้งนี้ การให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินอสังหาริมทรัพย์ทำการ
ดังกล่าว ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด
ข้อ 5 ที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุอย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะเบื้องต้น ดังนี้
(1) อยู่ติดกับทางหลวง หรือทางสาธารณะที่สะดวกแก่การคมนาคม หรืออยู่ติดกับที่ดิน
ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุที่มีทางเข้าออกสู่ทางหลวงหรือทางสาธารณะอยู่แล้ว
(2) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ตามความมุ่งหมาย โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
ว่าด้วยผังเมืองหรือกฎหมายอื่น
(3) มีขนาดเหมาะสม หรือเมื่อนำไปผนวกเข้ากับที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุที่อยู่ติดกันแล้ว
จะมีขนาดเหมาะสมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้
การพิจารณากำหนดมูลค่าของที่ดินทีจะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุให้ใช้หลักเกณฑ์
ตามข้อ 4 โดยอนุโลม
ข้อ 6 การขายและการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ ให้กระทำโดยวิธีประมูลตามระเบียบที่
กระทรวงการคลังกำหนด เว้นแต่การขายหรือการแลกเปลี่ยนดังต่อไปนี้ จะกระทำโดยวิธีอื่นก็ได้ คือ
(1) การขายให้แก่หรือแลกเปลี่ยนกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์องค์การ
ปกครองท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นนิติบุคคล
(2) การขายที่ราชพัสดุซึ่งส่วนราชการได้ซื้อหรือได้มาโดยวิธีอื่น โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อการจำหน่ายตามโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หรือ
(3) การแลกเปลี่ยนซึ่งคณะกรรมการตามข้อ 3 โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
เห็นว่า โดยสภาพไม่เหมาะสมที่จะกระทำโดยวิธีประมูล
ข้อ 7 การให้ที่ราชพัสดุเพื่อการศาสนา การสาธารณกุศล หรือการสาธารณประโยชน์
อย่างอื่น ให้คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของที่ราชพัสดุ กับความเหมาะสมและประโยชน์ที่จะเกิดแก่
ประชาชนโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ
ข้อ 8 การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุคืนให้แก่ผู้ยกให้หรือทายาทของผู้ยกให้จะกระทำได้
เมื่อ
(1) ที่ราชพัสดุนั้นมิใช่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน
โดยเฉพาะ
(2) ทางราชการไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้นตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้
หรือมิได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ยกให้ภายในสิบปีนับแต่วันที่ยกที่ดินนั้นให้แก่ทางราชการ
(3) ผู้ยกให้หรือทายาทของผู้ยกให้ได้ยื่นเรื่องราวขอที่ราชพัสดุคืนภายในสองปีนับแต่วันที่
ทางราชการแจ้งความประสงค์ที่จะไม่ใช้ประโยชน์หรือนับแต่วันที่ครบระยะเวลาตาม (2)
ในกรณีที่ผู้ยกให้หรือทายาทของผู้ยกให้ยื่นเรื่องราวขอที่ราชพัสดุคืนเกินกำหนดเวลาตาม
(3) และทางราชการยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุนั้น หากกระทรวงการคลังเห็นว่ามีเหตุผล
อันสมควรอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จะพิจารณาคืนให้ก็ได้
ข้อ 9 ให้ใช้บังคับกฎกระทรวงนี้แก่การยื่นเรื่องราวขอที่ราชพัสดุคืนที่ผู้ยกให้หรือทายาท
ของผู้ยกให้ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2537
ธารินทร์ นิมมานเหมินท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
+------------------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์
และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุอื่นที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์
ของแผ่นดิน โดยเฉพาะตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2533) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับทางปฏิบัติ รวมทั้งให้เกิด
ความเป็นธรรมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.2537/50ก/65/9 พฤศจิกายน 2537]