หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2548

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
25452549
ระเบียบ:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
คำสั่ง:
ข้อบังคับ:
กฎกระทรวง:

กำลังแสดง: ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2548 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. ๒๕๔๘

                       

 

เพื่อส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่น่าเชื่อถือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้กำหนดให้มีเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อออกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับใช้แสดงบนเว็บไซต์เพื่อแสดงว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดและเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการใช้เครื่องหมายดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๘

 

ข้อ ๒[๑]  ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป

 

ข้อ ๓  ในข้อบังคับนี้

เครื่องหมายรับรอง หมายถึง เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดขึ้น เพื่อแสดงว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเครื่องหมายรับรองมีลักษณะเป็นรูปประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ข้อความว่า “VERIFIED” สีแดง ที่ด้านบนและด้านล่างตัวอักษรประกอบด้วย แถบโค้งสามสี ได้แก่ สีแดง สีขาวและสีน้ำเงิน ภายใต้ตัวอักษรภาษาอังกฤษสีส้มมีข้อความภาษาอังกฤษสีน้ำเงินขนาดย่อมกว่าเล็กน้อยข้อความว่า www.dbd.go.th (หรือที่อยู่เว็บไซต์ภาษาอังกฤษของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้

ผู้ประกอบธุรกิจ หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

การประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้

(๑)  การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(๒)  การบริการอินเทอร์เน็ต

(๓)  การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

(๔)  การบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(๕)  การทำธุรกรรมโดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด

หนังสืออนุญาต หมายถึง หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง

กรม หมายถึง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

อธิบดี หมายถึง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

 

ข้อ ๔  ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอใช้เครื่องหมายรับรอง ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ ณ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ต

 

ข้อ ๕  ผู้ประกอบธุรกิจที่ขอใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

๕.๑  จดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๘๐ วัน

๕.๒  ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หรือชื่อทางการค้า ชื่อเว็บไซต์ เลขทะเบียนพาณิชย์ที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือที่ตั้งของตัวแทนบริษัท แผนก หรือบุคคลที่สามารถติดต่อได้ วิธีการติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล์) และเวลาทำการ

๕.๓  การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการใดๆ จะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลที่ชัดเจนและเพียงพอซึ่งสภาพลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนเงื่อนไข วิธีการสั่งซื้อหรือขายและตอบรับ หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น เพื่อที่ผู้สั่งซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการจะได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจตกลงทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้น ดังนี้

(๑)  ราคาสินค้าหรือบริการที่เสนอซื้อหรือขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นราคาเท่าใดในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นใด เช่น ภาระภาษี ค่าระวางบรรทุกสินค้า หรือค่าบริการจัดส่งต้องระบุให้ชัดเจน

(๒)  วิธีการและระยะเวลาในการชำระราคาค่าสินค้าหรือบริการ ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการด้วยวิธีการใด อย่างไร ชำระทั้งหมดหรือเป็นงวด ด้วยเงินสกุลใด และต้องชำระภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันก่อให้เกิดสัญญา รวมทั้งการดำเนินการในกรณีที่มีการผิดนัดชำระราคา

(๓)  การส่งมอบสินค้าหรือการให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันควร และต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีวิธีการและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าหรือบริการอย่างไร

๕.๔  การโฆษณา การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ ต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี

๕.๕  ต้องมีระบบทบทวนและยืนยันการสั่งซื้อ และมีทางเลือกในการยกเลิกหรือยืนยันการตกลงทำธุรกรรม ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขาย ซึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบการสั่งซื้อ วิธีการกรอกข้อมูล การยืนยันการสั่งซื้อในแบบการสั่งซื้อ เงื่อนไขและข้อตกลงของธุรกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และมีรายละเอียดที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถติดต่อได้ หากต้องการตรวจสอบสถานะของสินค้าหรือบริการที่สั่งไว้ และควรมีระบบแจ้งให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายทราบถึงความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าที่เกิดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ยกเลิกสินค้าได้

๕.๖  ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดรายละเอียดในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ประกอบด้วย ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการจัดเก็บวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ เทคโนโลยีหรือวิธีการที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งการนำไปใช้ หรือเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม หากมีการส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สามจะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาใช้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว

๕.๗  ในกรณีที่มีการให้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของผู้ซื้อ หรือผู้ขาย โดยมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เหมาะสมกับข้อมูลที่มีการจัดเก็บและส่งผ่าน และมีการป้องกันรักษาความลับของผู้ซื้อหรือผู้ขาย

๕.๘  ต้องจัดให้มีระบบการจัดการที่จะใช้แก้ไขปัญหาเมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ควรจัดเตรียมช่องทางการตอบข้อสงสัยของผู้บริโภค รวมไปถึงกระบวนการในการรับเรื่องร้องทุกข์และระยะเวลาในการดำเนินการ

๕.๙  ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน โดยจัดเตรียมข้อมูลสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการคุ้มครองสิทธิและความลับของเด็กและเยาวชน ควรมีกระบวนการให้แน่ใจว่าเด็กและเยาวชนได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนที่จะตัดสินใจทำสัญญาหรือสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ ควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรมออนไลน์ของเด็กและเยาวชน โดยผู้ปกครองสามารถตรวจสอบและให้คำแนะนำสำหรับกิจกรรมนั้นได้ และควรคำนึงถึงอายุความรู้และวุฒิภาวะของเด็กและเยาวชนในการติดต่อสื่อสารกับเด็กและเยาวชน โดยสื่อเหล่านี้ต้องไม่ผิดศีลธรรมอันดีและไม่เป็นอันตรายทั้งทางกาย และจิตใจต่อเด็กและเยาวชน ควรมีกระบวนการป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการไม่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนติดต่อกับคนแปลกหน้า

 

ข้อ ๖  การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง กรมจะออกหนังสืออนุญาตตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ให้ไว้เป็นหลักฐาน และให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตแสดงเครื่องหมายรับรองไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต

ในการอนุญาตตามวรรคแรก กรมอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมก็ได้

 

ข้อ ๗  หนังสืออนุญาตมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกหนังสืออนุญาต

การต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตยื่นคำขอ ณ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ตภายใน ๓๐ วัน ก่อนวันที่หนังสืออนุญาตสิ้นอายุ และให้นำความในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับกับการต่ออายุหนังสืออนุญาตโดยอนุโลม

 

ข้อ ๘  ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของกรมหรือผู้ที่กรมมอบหมายเข้าตรวจสอบกำกับดูแลการใช้เครื่องหมายรับรองตามข้อบังคับนี้และจะต้องอำนวยความสะดวกตามสมควรในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

 

ข้อ ๙  กรมมีอำนาจสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองในกรณีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยมีพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศหรือไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้เครื่องหมายรับรองในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือเข้าใจผิดในเครื่องหมายรับรอง

ในกรณีที่กรมสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรอง ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองสามารถชี้แจงโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีได้ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่กรมสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรอง ถ้าอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองไม่ได้กระทำผิดตามวรรคแรก กรมจะอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้นต่อไป แต่ถ้าอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองได้กระทำความผิดจริง หรือผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมจะเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น

 

ข้อ ๑๐  กรมมีอำนาจเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองได้ หากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองขาดคุณสมบัติหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองปฏิบัติเพิ่มเติมตามข้อ ๖ หรือไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหรือไม่อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบตามข้อ ๘

 

ข้อ ๑๑  ในกรณีที่กรมสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้นต้องดำ เนินการเพื่อไม่ให้มีเครื่องหมายรับรองปรากฏในเว็บไซต์ นับแต่วันที่กรมสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาต

ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง ผู้ใดฝ่าฝืนใช้เครื่องหมายรับรองในระหว่างที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมในอัตราวันละห้าพันบาทจนกว่าจะได้เลิกใช้

 

ข้อ ๑๒  ผู้ประกอบธุรกิจที่เคยถูกสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ จะยื่นขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองใหม่ได้เมื่อพ้นกำหนดห้าปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน

 

ข้อ ๑๓  ให้อธิบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘

อรจิต สิงคาลวณิช

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า


[เอกสารแนบท้าย]

 

๑.  รูปแบบเครื่องหมายรับรองแนบท้ายข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วย การใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2548

๒.  แบบคำขอ

๓.  หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พัชรินทร์/ผู้จัดทำ

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘

 

ศิริยา/แก้ไข

๒๗ มกราคม ๒๕๔๙

 



[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๕๐ ง/หน้า ๕๒/๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๘