ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ทนายความ
พ.ศ. ๒๕๔๔
---------------
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความขึ้น
เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้บุตรและธิดาของทนายความที่ประสบอุบัติเหตุอย่างร้ายแรง ทุพพลภาพ
หรือถึงแก่กรรม เพื่อให้ได้มีค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อไปได้ตามสมควร
อาศัยอำนาจความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๗๓ และโดยความเห็นชอบของ
สภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.
๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความ ออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา
ของทนายความไว้ ดังต่อไปนี้
หมวด ๑
ข้อความทั่วไป
---------------
ข้อ ๑ ให้จัดตั้งกองทุนชื่อว่า "กองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ"
ใช้ชื่อโดยย่อว่า "กศบท."
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"ทนายความ" หมายความว่า ผู้ที่สภาทนายความได้รับจดทะเบียนและออก
ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการดำเนินกิจการของกองทุนเพื่อ
การศึกษาบุตร ธิดา ของทนายความ
"เงินกองทุน" หมายความว่า เงินกองทุนเพื่อการศึกษาบุตร ธิดา ของทนาย
ความที่สภาทนายความจัดสรรให้ตามข้อบังคับฉบับนี้ และให้หมายความรวมถึงเงินหรือทรัพย์สิน
อื่นที่มีผู้บริจาคหรืออุทิศให้รวมถึงผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินเช่นว่านั้น
"เงินช่วยเหลือ" หมายความว่า เงินที่จ่ายจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือ สงเคราะห์
บุตร ธิดา ของทนายความภายในกรอบวัตถุประสงค์แห่งข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ ๔ ให้สำนักงาน กศบท. ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการของสภาทนายความ เลขที่ ๗/๘๙
อาคาร ๑๐ ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และให้เปิดทำการ
ในวันเวลาราชการ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นเป็นการสมควรเพื่อความสะดวกแก่การ
บริหารจัดการ อาจกำหนดเป็นอย่างอื่นได้
หมวด ๒
วัตถุประสงค์
---------------
ข้อ ๕ การจัดตั้ง กศบท. มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการช่วยเหลือสงเคราะห์แก่บุตร
ธิดา ของทนายความให้ได้รับการศึกษาตามสมควรแก่กรณีตามข้อบังคับฉบับนี้
หมวด ๓
คณะกรรมการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
----------------
ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งคณะกรรมการ กศบท. โดยให้มี
อำนาจในการจัดการบริหาร และให้มีจำนวนกรรมการซึ่งเป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี
ไม่เกิน ๙ คน โดยให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเลือกประธาน รองประธาน และเลขานุการของ
คณะกรรมการ
ข้อ ๗ ให้กรรมการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี โดยกรรมการที่ออกจากตำแหน่ง
ตามวาระสามารถกลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการได้อีก
ข้อ ๘ กรรมการจะพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) พ้นจากการเป็นทนายความ
(๔) ถูกสั่งพักการใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความ
(๕) ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ ไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความ
สามารถ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย หรือให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
(๖) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ต้องระวางโทษจำคุก เว้นแต่ในความผิดที่
กระทำโดยประมาทหรือเป็นความผิดลหุโทษ
เมื่อมีกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการสภาทนาย
ความแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้ามาแทนที่กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง และให้กรรมการที่เข้าดำรง
ตำแหน่งอยู่ในวาระเพียงกำหนดระยะเวลาที่กรรมการที่ตนเข้าแทนจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ
ข้อ ๙ คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(๑) แต่งตั้งและถอดถอนบุคคลใด ๆ เป็นผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ดูแลกิจการต่าง ๆ
อันเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การเงินและการบัญชีของ กศบท. แทนคณะกรรมการ
(๒) ควบคุมและอนุมัติการเบิกจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของ กศบท.
(๓) จัดการและดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวกับ กศบท. ในทางซึ่งไม่ขัดหรือแย้งต่อ
วัตถุประสงค์ของ กศบท. เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกองทุน
ให้ประธานทำหน้าที่ประธานที่ประชุมคณะกรรมการ ในกรณีที่ประธานไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมแทนมติของคณะกรรมการให้ถือ
ตามเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด และให้ถือมติ
เป็นที่สุด
ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการ กศบท. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาออกระเบียบวิธีการ
ขอรับเงินช่วยเหลือจาก กศบท. โดยความเห็นชอบคณะกรรมการสภาทนายความ
หมวด ๔
เงินช่วยเหลือและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ
----------------
ข้อ ๑๑ ในแต่ละปีให้สภาทนายความพิจารณาจัดสรรเงินสมทบได้แก่ กศบท.
ตามจำนวนที่เห็นสมควรรวมทั้งรวบรวมเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการได้รับบริจาคเพื่อสมทบเข้า
กองทุน กศบท.
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงินกองทุนโดยนำฝากธนาคารพาณิชย์
ในประเทศไทย หรือสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรับรอง ตามจำนวนและประเภทบัญชี
เงินฝากที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๓ ให้บุตร ธิดา ของทนายความหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ใช้อำนาจ
ปกครองมีสิทธิยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนภายใต้บังคับแห่งข้อบังคับนี้
ข้อ ๑๔ ให้ กศบท. พิจารณาให้การช่วยเหลือแก่ บุตร ธิดา ของทนายความที่
เจ็บป่วย ถึงแก่กรรมหรือประสบอุบัติภัยอย่างร้ายแรงในการประกอบวิชาชีพทนายความตาม
จำนวนและกำหนดเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควรภายใต้ข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือจาก กศบท. ให้แก่ บุตร
ธิดา ของทนายความตามระเบียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการสภาทนายความ
ข้อ ๑๖ บุตร ธิดา ของทนายความซึ่งมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทุนการศึกษา
ตามข้อบังคับนี้ ต้องเป็นผู้ที่ศึกษา หรือกำลังจะศึกษาต่อในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
อาชีวศึกษา หรือระดับอุดมศึกษา ของสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชน
ข้อ ๑๗ บุตร ธิดา ของทนายความมีสิทธิขอรับการช่วยเหลือจากเงินกองทุน
ตามข้อบังคับฉบับนี้ได้ตลอดระยะเวลาที่ทำการศึกษาในสถาบันการศึกษาดังกล่าว สูงสุดในระดับ
อุดมศึกษา
ข้อ ๑๘ คำขอเพื่อขอรับการช่วยเหลือต้องมีรายละเอียด ดังนี้
(๑) ชื่อ ชื่อสกุลของทนายความ และชื่อ ชื่อสกุลบุตร ธิดา ของทนาย
ความประสงค์จะขอรับทุนการศึกษา
(๒) สถานที่อยู่
(๓) รายละเอียดทางการศึกษา
(๔) ฐานะความเป็นอยู่ปัจจุบันและความจำเป็นที่จะขอรับเงินช่วยเหลือ
(๕) เหตุแห่งภัยพิบัติ การเจ็บป่วยของทนายความหรือวันที่ทนายความถึง
แก่กรรม
(๖) คำรับรองของประธานทนายความจังหวัด หรือกรรมการสภาทนายความ
(๗) อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
ข้อ ๑๙ ให้เลขานุการคณะกรรมการหรือบุคคลที่เลขานุการคณะกรรมการมอบ
หมายสรุปข้อเท็จจริงและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ประธานคณะกรรมการหรือ
ผู้ที่ประธานคณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้ลงนามในหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการแก่ผู้ขอรับ
ความช่วยเหลือตามระเบียบฉบับนี้
ข้อ ๒๐ การจ่ายเงินกองทุนนี้ให้นำข้อบังคับและระเบียบการจ่ายเงินของสภา
ทนายความ ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ. ๒๕๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๑ การช่วยเหลือ บุตร ธิดา ของทนายความตามข้อบังคับฉบับนี้ ให้
คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายทางการศึกษาซึ่งได้แก่ค่าเล่าเรียน
หนังสือและอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใด ซึ่งสถาบันการศึกษาเรียกเก็บ แต่จะต้องไม่
เกินกว่าอัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่กำหนดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย
ในกรณีที่เป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนให้ใช้อัตราค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของกระทรวงศึกษา
ธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย มาเปรียบเทียบเพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้เป็นที่สุด
ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรับจ่ายของเงินกองทุนเพื่อเสนอต่อ
คณะกรรมการสภาทนายความตามที่คณะกรรมการสภาทนายความกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔
สัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ
[รก.๒๕๔๔/พ๑๒๑ง/๒๑/๖ ธันวาคม ๒๕๔๔]
ชไมพร/แก้ไข
๑ พฤษภาคม ๒๕๔๕