ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการมรรยาททนายความ
พ.ศ.2535
----------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนาย ความ
ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 คณะกรรมการสภาทนายความ ออกข้อบังคับว่าด้วย
การประชุมคณะกรรมการมรรยาทนายความไว้ดังต่อไปนี้ คือ
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้ เรียกว่า `ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการ มรรยาท
ทนายความ พ.ศ.2535'
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
หมวด 1
การนัดประชุม
ข้อ 3 ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความส่งหนังสือนัดประชุมโดยแนบระเบียบวาระ การ
ประชุม ทางไปรษณีย์หรือโดยวิธีอื่นไปยังกรรมการมรรยาททนายความทุกคน ณ ภูมิลำเนาหรือ
สำนักงานก่อนวันนัดประชุม ไม่น้อยกว่า 7 วัน
หากเป็นการประชุมเพื่อวินิจฉัยคดีมรรยาททนายความ ต้องแนบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีไป
พร้อมกับหนังสือนัดประชุม
หมวด 2
องค์ประชุม
ข้อ 4 ในการพิจารณาคดีมรรยาททนายความทุกคดีต้องมีกรรมการมรรยาททนายความมา ประชุม
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการมรรยาททนายความ จึงจะเป็นองค์ประชุม
หมวด 3
การประชุม
ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการ มรรยาท
ทนายความไม่สามารถทำหน้าที่ได้ หรือไม่อยู่ในที่ประชุมก็ให้รองประธานกรรมการมรรยาท
ทนายความทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทน ถ้าหากรองประธานกรรมการมรรยาททนายความไม่สามารถ
ทำหน้าที่ได้หรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการมรรยาททนายความผู้ได้รับมอบหมายเป็น
หนังสือจาก ประธานกรรมการมรรยาททนายความปฏิบัติหน้าที่แทน
ข้อ 6 ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความ หรือประธานที่ประชุม จัดให้มีการบันทึก รายงาน
การประชุมไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง และให้นำเสนอที่ประชุมเพื่อรับรองรายงานการประชุม
ในการประชุมครั้งถัดไป
ข้อ 7 ให้ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุม และต้องดำเนิน
การ ประชุมตามลำดับในระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่าง
อื่น
ข้อ 8 กรรมการมรรยาททนายความผู้ใดประสงค์จะกล่าวถ้อยคำต่อที่ประชุม ให้ยกมือขึ้น
พ้น ศรีษะ เมื่อประธานอนุญาตแล้วจึงกล่าวได้ และต้องเป็นคำกล่าวกับประธานที่ประชุมเท่า
นั้น
ข้อ 9 ถ้ากรรมการมรรยาททนายความผู้ใดขอแถลงหรือชี้แจงเรื่องใด ๆ ให้ประธานที่
ประชุม พิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้
ข้อ 10 ประธานที่ประชุมมีอำนาจสั่งให้พักการประชุมหรือเลื่อนการประชุม หรือเลิก
ประชุม ได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ 11 การกล่าวถ้อยคำต้องอยู่ในประเด็น ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ซ้ำซาก และใช้วาจาสุภาพ ไม่
ใส่ร้ายเสียดสีบุคคลอื่นหรือออกชื่อบุคคลโดยไม่จำเป็น
ข้อ 12 ประธานที่ประชุมมีอำนาจกำหนดการกล่าวถ้อยคำหรือลงมติในเรื่องที่กำลัง
ประชุมได้ แต่เพียงผู้เดียว
หมวด 4
การปรึกษาและวินิจฉัยชี้ขาดคดีมรรยาททนายความ
ข้อ 13 ในการประชุมเรื่องใด ๆ ถ้าจะต้องมีการลงมติ ประธานที่ประชุมมีอำนาจสั่งให้
ลงมติ ได้สองวิธีคือ วิธีลงคะแนนลับ กับวิธีการลงคะแนนเปิดเผย
ข้อ 14 ในกรณีที่มีการลงมติโดยวิธีลงคะแนนลับก็ดี โดยวิธีเปิดเผยก็ดี ถ้าหาก
คะแนนเสียง เท่ากันให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเป็นคะแนนชี้ขาดได้อีก
เสียงหนึ่ง
ข้อ 15 ระเบียบวาระเรื่องใดซึ่งได้ลงมติไปแล้ว จะเสนอซ้ำอีกไม่ได้เว้นแต่ที่
เกี่ยวกับปัญหา ข้อกฎหมาย
หมวด 5
การอำนวยความสะดวกต่อที่ประชุม
ข้อ 16 ประธานกรรมการมรรยาททนายความ สั่งพนักงานสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ มรรยาททนาย
ความ หรือพนักงานของสภาทนายความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกต่อที่ประชุม ตามความจำเป็น
ก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2535
สัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ