ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
พ.ศ. 2529
----------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (3) มาตรา 81 และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ
แห่งสภาทนายความ ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 คณะกรรมการสภาทนาย
ความออกข้อบังคับว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า `ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย'
ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ส่วนที่ 1
กองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
----------
ข้อ 3 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาจัดทำงบประมาณรายจ่ายเสนอต่อคณะ
กรรมการสภาทนายความก่อนสิ้นปีงบประมาณของทุกปี เพื่อการจัดสรรเงินรายได้ของสภาทนายความตาม
มาตรา 9 (1) แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 เป็นกองทุนช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ข้อ 4 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเก็บรักษาเงินที่สภาทนายความจัดสรรให้
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทรัพย์สิน ที่มีผู้บริจาคให้ และดอกผลต่าง ๆ ไว้ โดยจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง
ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการของ
คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย จำนวน 2 ใน 4 คน มีอำนาจร่วมกันสั่งจ่ายเงินกองทุน
การจ่ายเงินกองทุนทุกครั้งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายกำหนด จะต้องมีหลักฐานการอนุมัติใบสำคัญจ่าย และจัดทำบัญชีรายจ่ายไว้ให้ถูกต้องเพื่อให้
ผู้สอบบัญชีสภาทนายความตรวจสอบได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการเก็บ
รักษาเงินและการเบิกจ่ายเงิน พ.ศ. 2529 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 6 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจัดทำงบดุลและรายรับรายจ่ายของ
การช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งมีคำรับรองของผู้สอบบัญชีสภาทนายความ และ
จัดทำรายงานผลงานและอุปสรรคข้อขัดข้องของการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในรอบปีที่ผ่านมา
ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปเพื่อแจ้งให้คณะกรรมการสภาทนายความและที่ประชุมใหญ่
สามัญประจำปีของสภาทนายความทราบเป็นประจำทุกปี
ข้อ 7 ให้คณะกรรมการการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์
และวิธีการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายให้เป็นไปโดยถูกต้องตามข้องบังคับนี้
ส่วนที่ 2
การดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
----------
ตอนที่ 1
สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ข้อ 8 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายตั้งสำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือ
ประชาชนทางกฎหมายขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายทั่วราชอาณาจักร โดยจัดให้มีทนายความและเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงาน
โดยให้ได้รับค่าตอบแทนตามที่เห็นสมควร
ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือ
พิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ข้อ ช ให้สำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย มีหน้าที่จัดทำและบริหารโครง
การที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ติดต่อประสานงานกับคณะกรรมการช่วยเหลือ
ประชาชนทางกฎหมายส่วนภูมิภาค จัดทำงบดุลและรายรับรายจ่ายของการช่วยเหลือประชาชานทาง
กฎหมาย ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบต่าง ๆ ที่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายในเขตกรุงเทพมหานครด้วย ทั้งนี้ ให้อยู่ในความควบคุมของคณะกรรมการช่วยเหลือ
ประชาชนทางกฎหมาย
ตอนที่ 2
คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายส่วนภูมิภาค
ข้อ 10 ให้คณะอนุกรรมการสภาทนายความประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัดทุกแห่งจัดตั้ง
คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายขึ้นในเขตของตน ประกอบด้วยทนายความไม่น้อยกว่า
3 คน เป็นคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในเขตจังหวัดหรือเขตศาล
จังหวัดนั้น ๆ
คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัดมีวาระการ
ดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของคณะอนุกรรมการสภาทนายความประจำจังหวัดและประจำศาลตามแต่กรณี
ข้อ 11 ให้กรรมการสภาทนายความที่มีสำนักงานประจำอยู่ตามภาคต่าง ๆ ตามพระราชกฤษฎีกา
ตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาคทั้ง 9 ภาค มีอำนาจให้คำปรึกษา แนะนำ และดูแลให้คณะกรรมการช่วยเหลือ
ประชาชนทางกฎหมายประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัด ดำเนินการเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
ข้อ 12 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัด
จัดทำโครงการและงบประมาณค่าใช้จ่ายประจำปีเสนอผ่านกรรมการสภาทนายความที่มีสำนักงานประจำ
อยู่ตามภาคนั้น ๆ ก่อนสิ้นปีงบประมาณทุกปี เพื่อส่งให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
ส่วนกลางพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ต่อไป
ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายส่วนกลางจัดสรรเงินกองทุนช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายให้แก่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัดเพื่อ
ให้ใช้จ่ายในการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายให้เหมาะสม และสอดคล้องกับปริมาณและสภาพปัญหา
ข้อ 13 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประจำจังหวัดและประจำศาลจังหวัด
ทุกแห่งจัดทำงบดุลและบัญชีรายรับรายจ่ายตลอดจนสถิติคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้วในรอบปีที่ผ่านมาเสนอ
ต่อกรรมการสภาทนายความที่มีสำนักงานอยู่ในภาคนั้น ๆ เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชน
ทางกฎหมายส่วนกลางภายในเดือนมกราคมของปีถัดไปเป็นประจำทุกปี
ตอนที่ 3
วิธีดำเนินการ
ข้อ 14 ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจัดให้มี
ทนายความอาสาสมัคร เพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายตามที่ได้รับการร้องขอ
หรือตามที่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายมอบหมาย
ค่าตอบแทนสำหรับทนายความที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายให้เป็นไปตาม
หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายกำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน
ค่าตอบแทน
ข้อ 15 ประชาชนผู้ประสงค์จะขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความ จะต้องมาติดต่อ
ด้วยตนเองหรือยื่นคำร้องเป็นหนังสือแสดงความจำนงที่จะให้สภาทนายความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่
คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายกำหนด
กรณีที่ผู้ประสงค์จะขอความช่วยเหลือไม่สามารถจะมาติดต่อด้วยตนเองได้ เช่น เจ็บป่วย หรือถูก
คุมขัน ให้บิดา มารดา ภรรยา บุตร หรือญาติพี่น้อย มาติดต่อแทนเพื่อสามารถสอบข้อเท็จจริง
เบื้องต้นได้
ข้อ 16 ประชาชนผู้ได้รับความช่วยเหลือไม่ต้องเสียค่าทนายความหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้
แก่ทนายความผู้ดำเนินการทั้งสิ้น
ข้อ 17 คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายจะจัดให้มีทนายความอาสาสมัครไปประจำ
อยู่ตามสถานีตำรวจต่าง ๆ เพื่อให้คำปรึกษาหรือแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายแก่ประชาชนที่มาติดต่อกับเจ้าหน้า
ที่ตำรวจด้วยก็ได้ โดยให้ทนายความอาสาสมัครได้รับค่าตอบแทนตามระเบียบที่คณะกรรมการช่วยเหลือ
ประชาชนตามกฎหมายกำหนด
ข้อ 18 คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะดำเนินการ
ให้การศึกษาแก่ประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ
กฎหมายเบื้องต้นและกฎหมายอื่น ๆ เท่าที่เห็นเป็นการสมควรได้
ส่วนที่ 3
การประชุมของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
----------
ข้อ ให้คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายประชุมกันอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
ในการประชุมจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่
หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานที่ประชุมเฉพาะ
การประชุมคราวนั้น
ข้อ 20 ให้เลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการจัดทำบันทึกรายงานการประชุมและเก็บ
รักษาไว้เป็นหลักฐาน
ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2529
คำนวณ ชโลปถัมภ์
นายกสภาทนายความ