ระเบียบ
แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิ
เป็นกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๘
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิเป็นกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๓) และมาตรา ๘ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๘ รัฐมนตรีจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิเป็นกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๘”
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอชื่อผู้แทนสมาคมหรือมูลนิธิเป็นกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๗ ก่อนครบกำหนดตามวาระของกรรมการตามมาตรา ๘ (๓) ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและประกาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเป็นเวลาสามวัน เพื่อให้สมาคมหรือมูลนิธิเสนอชื่อผู้แทนเป็นกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง
ให้สมาคมหรือมูลนิธิเสนอชื่อผู้แทนพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคภายในระยะเวลาไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ หรือวันสุดท้ายที่ได้ประกาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แล้วแต่ระยะเวลาใดจะสิ้นสุดลงภายหลัง
เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณามีดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและสำเนาข้อบังคับของสมาคมหรือมูลนิธิ
(๒) สำเนารายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือของคณะกรรมการของมูลนิธิแล้วแต่กรณี ที่แสดงว่าได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้แทนว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๖ โดยมีผู้มีอำนาจทำการแทนสมาคมหรือมูลนิธิเป็นผู้รับรอง
(๓) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ประวัติการศึกษา และสำเนาปริญญาบัตรของผู้แทน
(๔) เอกสารแสดงผลงานการดำเนินกิจกรรมในด้านธุรกิจขายตรง ด้านธุรกิจตลาดแบบตรงและด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ของสมาคมหรือมูลนิธิ แล้วแต่กรณี
(๕) เอกสารหลักฐานอ้างอิงเพื่อยืนยันรับรองประสบการณ์ และผลงานด้านการดำเนินธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรง หรือผลงานเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค อันเป็นที่ประจักษ์ของผู้แทน”
ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘
พินิจ จารุสมบัติ
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทน นายกรัฐมนตรี
ชัชสรัญ/ผู้จัดทำ
๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๘