ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเปรียบเทียบ
ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕
พ.ศ. ๒๕๔๗
โดยที่มาตรา ๕๕ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง มีอำนาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพนักงานสอบสวนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปรียบเทียบได้ เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๔๖ คณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง จึงเห็นเป็นการสมควรวางระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเปรียบเทียบสำหรับผู้ได้รับมอบหมายดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๗”
ข้อ ๒ ในระเบียบนี้
“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง ให้ดำเนินการเปรียบเทียบบรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้
“ผู้ต้องหา” หมายความว่า ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕
ข้อ ๓ บรรดาคดีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบเห็นว่าอยู่ในอำนาจเปรียบเทียบให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบปฏิบัติดังนี้
(๑) ชี้แจงให้ผู้ต้องหาเข้าใจว่าความผิดที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีที่เปรียบเทียบได้ในกรณีที่ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบบันทึกชื่อ อายุ ที่อยู่ ของผู้กล่าวหาและผู้ต้องหา ข้อหา วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ในสมุดรับคำกล่าวโทษตามแบบ ขต. ๓ และบันทึกคำให้การของผู้กล่าวหาและผู้ต้องหาตามแบบ ขต. ๔ ท้ายระเบียบนี้ แล้วจึงเปรียบเทียบ
(๒) บรรดาคดีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบเห็นว่า ไม่อาจเปรียบเทียบหรือไม่สมควรเปรียบเทียบ ให้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ข้อ ๔ ในการเปรียบเทียบ ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดเงินค่าปรับตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งความผิด ถ้าการเปรียบเทียบนั้นมีปัญหาสำคัญซึ่งยากแก่การวินิจฉัยให้หารือคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง
ข้อ ๕ ถ้าคดีที่เปรียบเทียบมีของกลางที่จะต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบบันทึกความยินยอมจากเจ้าของสิ่งของนั้นๆ ว่ายินยอมมอบให้เป็นของแผ่นดินตามแบบ ขต. ๕ ท้ายระเบียบนี้ และจัดการแก่สิ่งของนั้นตามควรแก่กรณีภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กระทำได้
ข้อ ๖ เมื่อผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับแล้วให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ต้องหาและให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อรับทราบจำนวนเงินค่าปรับไว้ที่คู่ฉบับใบเสร็จรับเงิน
ข้อ ๗ เมื่อเปรียบเทียบเสร็จและได้รับชำระค่าปรับแล้ว ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบบันทึกการเปรียบเทียบตามแบบ ขต. ๖ ท้ายระเบียบนี้ และทำงบเดือนคดีตลอดจนรวบรวมสำนวนการเปรียบเทียบที่เสร็จคดีแล้วเสนอคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงภายในเดือนถัดไป
ข้อ ๘ การเก็บรักษาเงินค่าปรับและการนำเงินค่าปรับส่งคลังให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๙ ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเก็บรักษาสำนวนเปรียบเทียบที่เสร็จคดีไว้ภายในกำหนดอายุความ เมื่อพ้นกำหนดอายุความแล้วให้ขออนุญาตทำลาย
ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงรักษาการตามระเบียบนี้
ข้อ ๑๑[๑] ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
สุษม ศุภนิตย์
ประธานกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรง
สมุดรับคำกล่าวโทษ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
บันทึกคำให้การของผู้กล่าวหาและผู้ต้องหา
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
บันทึกความยินยอมของเจ้าของสิ่งของ
มอบสิ่งของให้เป็นของแผ่นดิน
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
บันทึกการเปรียบเทียบ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
มยุรี/พิมพ์
๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๗
สุนันทา/นวพร/ตรวจ
๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๗
A+B