พระราชบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗
พ.ศ. ๒๕๔๗
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
เป็นปีที่ ๕๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ และตั้งรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภาดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ พ.ศ. ๒๕๔๗”
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ตั้งเป็นจำนวน ๑๓๕,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีรายการตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๔
มาตรา ๔ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมงบกลาง ในความควบคุมของกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ให้ตั้งเป็นจำนวน ๑๓๕,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท จำแนกดังนี้
(๑) เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ๓๓,๐๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) ค่าใช้จ่ายตามมาตรการพัฒนาและบริหารกำลังคน
เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ๑๔,๕๙๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๓) ค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ ๑๖,๕๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๔) ค่าใช้จ่ายเพื่อการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน
และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ๕๙,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๕) เงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อ
ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ๑๒,๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
มาตรา ๕ ให้ตั้งรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เป็นจำนวน ๓๙,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
มาตรา ๖ ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน ตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่สำนักงบประมาณจะได้จัดสรร หรือตามที่จะได้มีการโอนเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
๑. เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคล สวัสดิการ และค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ ค่าใช้จ่ายเพื่อการเสริมสร้างศักยภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจำนวน ๑๓๕,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อจัดสรรเป็นเงินบำเหน็จดำรงชีพ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๒๑) พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นจำนวน ๓๓,๐๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) ค่าใช้จ่ายตามมาตรการพัฒนาและบริหารกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เป็นจำนวน ๑๔,๕๙๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๓) ค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ เป็นจำนวน ๑๖,๕๗๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๔) ค่าใช้จ่ายเพื่อการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ เป็นจำนวน ๕๙,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๕) เงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเป็นจำนวน ๑๒,๓๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
๒. เนื่องจากได้มีการจ่ายเงินคงคลังเพื่อไถ่ถอนตั๋วเงินคลัง ดังนั้น จึงต้องตั้งรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เป็นจำนวน ๓๙,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
พรพิมล/พิมพ์
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๗
จีระ/สุนันทา/ตรวจ
๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๗
A+B