ระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการ และกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ประธานกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการและกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๔๑ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่น ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๐”
ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่น ในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๖ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในประเทศ ให้เบิกได้ตามรายการและอัตรา ดังนี้
(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง เหมาจ่ายวันละ ๔๐๐ บาท
การนับเวลาเดินทางไปปฏิบัติงานเพื่อคำนวณค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในประเทศ ให้นับตั้งแต่เวลาออกจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติงานตามปกติจนกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติงานตามปกติ แล้วแต่กรณี
เวลาเดินทางไปปฏิบัติงานในกรณีที่มีการพักแรม ให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวันถ้าไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง และส่วนที่ไม่ถึงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นนับได้เกินสิบสองชั่วโมงให้ถือเป็นหนึ่งวัน
เวลาเดินทางไปปฏิบัติงานในกรณีที่มิได้มีการพักแรม หากนับได้ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงและส่วนที่ไม่ถึงนั้นนับได้เกินสิบสองชั่วโมง ให้ถือเป็นหนึ่งวัน หากนับได้ไม่เกินสิบสองชั่วโมงแต่เกินหกชั่วโมงขึ้นไป ให้ถือเป็นครึ่งวัน
(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม
(๓) ค่าพาหนะ รวมถึงค่าเช่ายานพาหนะ ค่าเชื้อเพลิง ค่าระวางบรรทุก ค่าจ้างคนแบกหามและอื่นๆ ทำนองเดียวกัน ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ในกรณีใช้ยานพาหนะส่วนตัวในการเดินทางให้เบิกเงินชดเชยค่าเชื้อเพลิงได้อัตรากิโลเมตรละ ๔ บาท
(๔) ค่าประกันชีวิตระหว่างเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม
(๕) ค่ารับรอง ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยมีหลักฐานการจ่ายเงิน
(๖) ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเนื่องในการเดินทาง ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง”
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
พูลทรัพย์ ปิยะอนันต์
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
โสรศ/ผู้จัดทำ
๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐