พระราชกฤษฎีกา
การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร
ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๙)
พ.ศ. ๒๕๔๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๙
เป็นปีที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๙”
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๗ ตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(๑) อธิการบดี
(๒) รองอธิการบดี คณบดี ประธานสาขาวิชา ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัย หัวหน้าแผนกอิสระ และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
(๓) รองคณบดี รองประธานสาขาวิชา รองผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสำนัก รองผู้อำนวยการศูนย์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัย รองหัวหน้าแผนกอิสระ ผู้ช่วยอธิการบดี หัวหน้าภาควิชา และรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๒๐ ตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่ง ได้แก่ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(ก) ผู้บริหารในวิทยาลัยชุมชน ได้แก่ตำแหน่ง
(๑) ผู้อำนวยการซึ่งมีฐานะเทียบเท่าอธิการ
(๒) รองผู้อำนวยการซึ่งมีฐานะเทียบเท่ารองอธิการ
(ข) ผู้บริหารในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ได้แก่ตำแหน่ง
(๑) อธิการ
(๒) รองอธิการ
มาตรา ๒๑ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตามมาตรา ๒๐ ตำแหน่งใด และปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารในวิทยาลัยครู ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งผู้บริหาร ในสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘
มาตรา ๒๒ ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รักษาราชการแทนหรือให้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา ๒๐ ในกรณีที่เป็นตำแหน่งว่างตำแหน่งใด และปฏิบัติหน้าที่หลักของตำแหน่งดังกล่าว ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารในวิทยาลัยครู ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งผู้บริหาร ในสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งให้รักษาราชการแทนหรือให้รักษาการในตำแหน่ง แล้วแต่กรณี เป็นต้นไปจนถึงวันที่พ้นจากหน้าที่ดังกล่าว แต่ต้องไม่เกินหกเดือน”
มาตรา ๕ ในมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ และมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้แก้ไขคำว่า “ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย” เป็น “ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา”
มาตรา ๖ ในมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ และมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้แก้ไขคำว่า “ผู้บริหารในมหาวิทยาลัย” เป็น “ผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษา”
มาตรา ๗ ในมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ให้แก้ไขคำว่า “ก.ม.” เป็น “ก.พ.อ.”
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้ตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เป็นตำแหน่งที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารในวิทยาลัยครูหรือตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งผู้บริหารสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ แต่ปัจจุบันได้มีกฎหมายจัดตั้งสถาบันการศึกษาดังกล่าวเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งมีฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทำให้ข้าราชการในสังกัดเปลี่ยนฐานะเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และตำแหน่งผู้บริหารในมหาวิทยาลัยดังกล่าว เปลี่ยนเป็นตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารในมหาวิทยาลัย ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งผู้บริหารในมหาวิทยาลัยของรัฐ ท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๓๘ ด้วย ประกอบกับตำแหน่งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการในวิทยาลัยชุมชน เป็นตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมการได้รับเงินประจำตำแหน่งของผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ รวมทั้งสมควรกำหนดให้ตำแหน่งผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการในวิทยาลัยชุมชนได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารในวิทยาลัยครู และสมควรแก้ไขคำว่า “ผู้บริหารในมหาวิทยาลัย” “ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย” และ “ก.ม.” เป็น “ผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษา” “ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา” และ “ก.พ.อ.” เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
นันทนา/ผู้จัดทำ
๙ พฤษภาคม ๒๕๔๙