ข้อบังคับกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด
(ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากได้มีการโอนภารกิจของกรมบัญชีกลาง ในส่วนของการบริหารหนี้สาธารณะการบริหารชำระหนี้ของรัฐบาล รวมทั้งภารกิจตามข้อบังคับนี้ มาอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐”
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาการนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราและหลักทรัพย์ต่างประเทศ” ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สินเป็นประธานกรรมการ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการ โดยมีผู้อำนวยการสำนักบริหารการชำระหนี้และสารสนเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้อำนวยการส่วนบริหารการชำระหนี้รัฐบาลเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
๓.๑ พิจารณาสกุลเงินตราและจำนวนเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเงินกู้เพื่อขออนุมัติใช้เงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์เพื่อใช้ชำระหนี้นั้น
๓.๒ พิจารณานำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์เพื่อใช้ชำระหนี้ตามข้อ ๓.๑ ตามวิธีการที่เห็นสมควร
๓.๓ พิจารณาการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร
๓.๔ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมดูแลหลักทรัพย์ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
๓.๕ พิจารณาค่าใช้จ่ายต่างๆ อันอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้
๓.๖ รายงานผลการดำเนินงานให้รัฐมนตรีทราบ
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร”
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖.๑ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๖.๑ ธนาคารของรัฐ หรือธนาคารที่กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๗ การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้เปิดในนามของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๘ ในการถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้รองปลัดกระทรวงการคลังหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะลงนามร่วมกัน”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๙ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๙ ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มีหน้าที่จัดการดูแลเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ ดังนี้
๑๙.๑ ดูแลดอกเบี้ย และดอกผลที่ได้รับจากการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคารหรือจากการซื้อหลักทรัพย์ และนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามข้อ ๑๐ และ ๑๖
๑๙.๒ เก็บรักษาหลักฐานการฝากเงินกับธนาคาร และเก็บรักษาหลักทรัพย์ หรือแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่เก็บรักษาหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
๑๙.๓ จัดทำทะเบียนควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ฝากธนาคารและหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้ ตลอดจนรายงานยอดคงเหลือของบัญชีเงินฝากธนาคารและรายละเอียดของหลักทรัพย์เสนอรัฐมนตรีเพื่อทราบภายในสี่สิบห้าวัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ
๑๙.๔ ดำเนินการชำระหนี้ตามข้อ ๑๗ และ ๑๘
๑๙.๕ ดำเนินการอื่นใด ตามที่กระทรวงการคลังมอบหมาย”
ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ ของข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แผนงานจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐงานบริหารการชำระหนี้”
ประกาศ ณ วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๐
ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑