ข้อบังคับกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๙
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี กำหนดข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๓๙ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ แห่งข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาการนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราและหลักทรัพย์ต่างประเทศ” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้แทนเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือผู้แทนเป็นกรรมการ อธิบดีกรมบัญชีกลางหรือผู้แทนเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
๓.๑ พิจารณาสกุลเงินตราและจำนวนเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเงินกู้ เพื่อขออนุมัติใช้เงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์ เพื่อใช้ชำระหนี้สินนั้น
๓.๒ พิจารณานำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์ เพื่อใช้ชำระหนี้ตามข้อ ๓.๑ ตามวิธีการที่เห็นสมควร
๓.๓ พิจารณาการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร
๓.๔ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมดูแลหลักทรัพย์ ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
๓.๕ พิจารณาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้
๓.๖ รายงานผลการดำเนินงานให้รัฐมนตรีทราบ
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร”
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙
นายบดี จุณณานนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
อารยา/พิมพ์
๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑