หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. 2535

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
ระเบียบ:
ประกาศ:
ข้อบังคับ:

กำลังแสดง: ข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด พ.ศ. 2535 (กลับไปยังฉบับหลัก)

ข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการซื้อเงินตราต่างประเทศ และหลักทรัพย์ต่างประเทศ

เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด

พ.ศ. ๒๕๓๕

                   

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี กำหนดข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

 

หมวด ๑

บททั่วไป

                       

 

ข้อ ๑  ในข้อบังคับนี้

หลักทรัพย์ หมายความว่า พันธบัตรหรือหลักทรัพย์ของรัฐบาลต่างประเทศหลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศค้ำประกัน หรือหลักทรัพย์ของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
แต่ไม่รวมถึงหลักทรัพย์ที่เป็นหุ้น

ธนาคาร หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ หรือธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศ

รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราและหลักทรัพย์ต่างประเทศ

 

ข้อ ๒  การนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือซื้อหลักทรัพย์ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

๒.๑ ให้รัฐมนตรีอนุมัติจ่ายเงินคงคลังเพื่อซื้อเงินตราต่างประเทศหลักทรัพย์ต่างประเทศในสกุลเงินตราที่จะต้องชำระหนี้ ในวงเงินไม่เกินจำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในช่วงระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ตามสัญญาเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้

๒.๒ การอนุมัติจ่ายเงินคงคลังตามข้อ ๒.๑ ให้คำนึงถึงเงินคงคลังที่จะต้องสำรองไว้ใช้จ่ายให้เพียงพอด้วย

 

ข้อ ๓  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการพิจารณาการนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราและหลักทรัพย์ต่างประเทศประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้แทนเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหรือผู้แทนเป็นกรรมการ อธิบดีกรมบัญชีกลางหรือผู้แทนเป็นกรรมการ ผู้อำนวยการกองธนาธิการ กรมบัญชีกลาง เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๓.๑ พิจารณาสกุลเงินตราและจำนวนเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเงินกู้ เพื่อขออนุมัติใช้เงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์ เพื่อใช้ชำระหนี้นั้น

๓.๒ พิจารณานำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศหรือหลักทรัพย์ เพื่อใช้ชำระหนี้ตามข้อ ๓.๑ ตามวิธีการที่เห็นสมควร

๓.๓ พิจารณาการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร

๓.๔ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมดูแลหลักทรัพย์ ตลอดจนพิจารณาแต่งตั้งผู้เก็บรักษาหลักทรัพย์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๓.๕ พิจารณาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อันอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้

๓.๖ รายงานผลการดำเนินงานให้รัฐมนตรีทราบ

คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการได้ตามที่เห็นสมควร

 

หมวด ๒

การซื้อเงินตราต่างประเทศและการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร

                       

 

ข้อ ๔  การซื้อเงินตราต่างประเทศ ให้ซื้อสกุลเงินตราที่จะต้องชำระหนี้ในวงเงินไม่เกินจำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในช่วงระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ตามสัญญาเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้

 

ข้อ ๕  ให้กระทรวงการคลังหรือผู้ที่กระทรวงการคลังมอบหมาย จัดซื้อเงินตราต่างประเทศในอัตราที่เห็นว่าดีที่สุด

 

ข้อ ๖  การนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคาร ให้ฝากกับธนาคารภายในประเทศหรือธนาคารในต่างประเทศดังต่อไปนี้ คือ

๖.๑ ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ

๖.๒ ธนาคารพาณิชย์ในต่างประเทศที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีขนาดของเงินกองทุนใหญ่เป็นอันดับที่ ๑ ถึง ๑๐๐ อันดับแรกของโลก และ

(๒) มีขนาดของเงินกองทุนใหญ่เป็นอันดับที่ ๑ ถึง ๑๐ อันดับแรกของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือของประเทศญี่ปุ่น หรือ ๓ อันดับแรกของประเทศอื่น และ

(๓) ได้รับการจัดอันดับไม่ต่ำกว่า AA โดย Standard & Poor’s Corporation หรือ Aa โดย Moody’s Investor Services, Inc. หรืออันดับที่เทียบเท่าโดยองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือของธุรกิจอื่นที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

 

ข้อ ๗  การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้เปิดในนามของกระทรวงการคลัง

 

ข้อ ๘  ในการถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้รัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมายและอธิบดีกรมบัญชีกลางลงนามร่วมกัน

 

ข้อ ๙  การถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้ถอนได้เพื่อการดังต่อไปนี้

๙.๑ ซื้อหลักทรัพย์ ตามข้อ ๑๑

๙.๒ นำส่งดอกเบี้ย หรือดอกผล ตามข้อ ๑๐ และ ๑๖

๙.๓ ชำระหนี้ตามข้อ ๑๗

 

ข้อ ๑๐  ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการนำเงินฝากธนาคาร ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินอย่างน้อยปีละครั้ง

 

หมวด ๓

การซื้อหลักทรัพย์

                       

 

ข้อ ๑๑  การซื้อหลักทรัพย์ ให้ซื้อในสกุลเงินตราที่จะต้องชำระหนี้ในวงเงินไม่เกินจำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในช่วงระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี ตามสัญญาเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้

 

ข้อ ๑๒  ให้กระทรวงการคลังหรือผู้ที่กระทรวงการคลังมอบหมาย จัดซื้อหลักทรัพย์ตามวิธีการที่คณะกรรมการเห็นสมควร

 

ข้อ ๑๓  อายุคงเหลือของหลักทรัพย์ ณ วันซื้อ จะต้องใกล้เคียงและไม่เกินวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้

 

ข้อ ๑๔  หลักทรัพย์ที่ซื้อจะต้องมีจำนวนที่ชำระคืน ณ วันครบกำหนดไถ่ถอน
ไม่เกินกว่าจำนวนหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้

 

ข้อ ๑๕  จำนวนเงินอันเป็นค่าซื้อหลักทรัพย์ จะสูงหรือต่ำกว่าราคาที่ตราไว้ของหลักทรัพย์ก็ได้

 

ข้อ ๑๖  ดอกผลที่ได้รับจากการซื้อหลักทรัพย์ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินอย่างน้อยปีละครั้ง

 

หมวด ๔

การชำระหนี้

                  

 

ข้อ ๑๗  เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้รายใด ให้นำเงินตราต่างประเทศที่ฝากธนาคารหรือเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการไถ่ถอนหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้เพื่อการชำระหนี้รายนั้น ไปชำระหนี้ดังกล่าว

 

ข้อ ๑๘  เงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการไถ่ถอนหลักทรัพย์เมื่อครบกำหนด หากยังไม่ถึงกำหนดชำระหนี้ ให้นำไปฝากธนาคารตามข้อ ๖ เพื่อรอการชำระหนี้ต่อไป

 

หมวด ๕

การจัดการดูแลเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์

                       

 

ข้อ ๑๙  ให้กรมบัญชีกลาง มีหน้าที่จัดการดูแลเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและหลักทรัพย์ ดังนี้

๑๙.๑ ดูแลดอกเบี้ย และดอกผลที่ได้รับจากการนำเงินตราต่างประเทศฝากธนาคารหรือจากการซื้อหลักทรัพย์ และนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามข้อ ๑๐ และ ๑๖

๑๙.๒ เก็บรักษาหลักฐานการฝากกเงินกับธนาคาร และเก็บรักษาหลักทรัพย์หรือแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่เก็บรักษาหลักทรัพย์ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

๑๙.๓ จัดทำทะเบียนควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ที่ซื้อไว้ ตลอดจนรายงานยอดคงเหลือของบัญชีเงินฝากธนาคารและรายละเอียดของหลักทรัพย์ เสนอรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน ๔๕ วัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ

๑๙.๔ ดำเนินการชำระหนี้ตามข้อ ๑๗ และ ๑๘

๑๙.๕ ดำเนินการอื่นใด ตามที่กระทรวงการคลังมอบหมาย

 

ข้อ ๒๐  ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงการคลัง แผนงานชำระหนี้เงินกู้ งานจัดการเงินกู้

 

ข้อ ๒๑  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

 

ข้อ ๒๒ ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

นายสุธี  สิงห์เสน่ห์

รับมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อารยา/พิมพ์

๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑