กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต
และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง
พ.ศ. ๒๕๔๖
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๗ (๑) (๒) (๓) และ (๗) มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๙ วรรคสอง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๓ วรรคสอง มาตรา ๒๕ วรรคสอง และมาตรา ๒๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“จุดวาบไฟ” หมายความว่า อุณหภูมิ ณ จุดที่ไอของน้ำมันเชื้อเพลิงลุกเป็นเปลวไฟวาบขึ้นเมื่อสัมผัสกับเปลวไฟทดสอบ
“สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า สถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงและให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ใช้สถานที่เป็นสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงตลอดจนสิ่งก่อสร้าง ถัง ท่อ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือต่างๆ แต่ไม่รวมถึงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงหรือคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
“ถนนสาธารณะ” หมายความว่า ถนนที่เปิดหรือยินยอมให้ประชาชนเข้าไปหรือใช้เป็นทางสัญจรได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๒ น้ำมันเชื้อเพลิงมี ๓ ชนิด ดังนี้
(๑) ชนิดไวไฟน้อย ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ ๖๐ องศาเซลเซียสขึ้นไป
(๒) ชนิดไวไฟปานกลาง ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟตั้งแต่ ๓๗.๘ องศาเซลเซียส แต่ต่ำกว่า ๖๐ องศาเซลเซียส
(๓) ชนิดไวไฟมาก ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า ๓๗.๘ องศาเซลเซียส
ข้อ ๓ ภาชนะบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงมี ๕ ประเภท ดังนี้
(๑) ขวดน้ำมันเชื้อเพลิง
(๒) กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) ถังน้ำมันเชื้อเพลิง
(๔) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
(๕) ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๔ ขวดน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่
(๑) ภาชนะแก้วสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากที่มีปริมาณความจุไม่เกิน ๐.๕ ลิตร หรือ
(๒) ภาชนะแก้วสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยที่มีปริมาณความจุไม่เกิน ๑ ลิตร
ข้อ ๕ กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่
(๑) ภาชนะเหล็กเคลือบดีบุกสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยที่มีปริมาณความจุไม่เกิน ๒๐ ลิตร หรือ
(๒) ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมากที่มีปริมาณบรรจุไม่เกิน ๔ ลิตร หรือ
(๓) ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยที่มีปริมาณความจุไม่เกิน ๒๐ ลิตร
ข้อ ๖ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่
(๑) ภาชนะเหล็กสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยที่มีปริมาณความจุไม่เกิน ๒๒๗ ลิตร หรือ
(๒) ภาชนะพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย ประเภทน้ำมันหล่อลื่นที่มีปริมาณความจุเกิน ๒๐ ลิตร แต่ไม่เกิน ๒๒๗ ลิตร
ข้อ ๗ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ ภาชนะสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณความจุเกิน ๒๒๗ ลิตร แบ่งตามลักษณะการติดตั้งได้ ๓ ลักษณะ ดังนี้
(๑) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินมี ๒ ชนิด ดังนี้
(ก) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดเล็ก ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณความจุเกิน ๒๒๗ ลิตร แต่ไม่เกิน ๒,๕๐๐ ลิตร
(ข) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณความจุเกิน ๒,๕๐๐ ลิตรขึ้นไป แบ่งเป็น
๑) ถังตามแนวนอน (Horizontal Tank)
๒) ถังตามแนวตั้ง (Vertical Tank)
(๒) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวนอนหรือแนวตั้ง หรือถังทรงกลมที่ฝังอยู่ใต้พื้นดิน
(๓) ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก ได้แก่ ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงตามแนวนอนหรือแนวตั้ง หรือถังทรงกลมที่เชื่อมหรือตรึงไว้ภายในโป๊ะเหล็ก
ข้อ ๘ ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ ภาชนะสำหรับบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตรึงไว้บนยานพาหนะขนส่งน้ำมันทางบก
ข้อ ๙ คลังน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ คลังน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงมีปริมาณเกิน ๕๐๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป
ข้อ ๑๐ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงมี ๓ ลักษณะ ดังนี้
(๑) ลักษณะที่หนึ่ง ได้แก่ สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ดังนี้
(ก) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก มีปริมาณไม่เกิน ๔๐ ลิตร หรือ
(ข) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง มีปริมาณไม่เกิน ๒๒๗ ลิตร หรือ
(ค) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณไม่เกิน ๔๕๔ ลิตร
(๒) ลักษณะที่สอง ได้แก่ สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ดังนี้
(ก) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก มีปริมาณเกิน ๔๐ ลิตร แต่ไม่เกิน ๔๕๔ ลิตร หรือ
(ข) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง มีปริมาณเกิน ๒๒๗ ลิตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ลิตร หรือ
(ค) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน ๔๕๔ ลิตร แต่ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ ลิตร
(๓) ลักษณะที่สาม ได้แก่ สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ดังนี้
(ก) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก มีปริมาณเกิน ๔๕๔ ลิตรขึ้นไป หรือ
(ข) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง มีปริมาณเกิน ๑,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป หรือ
(ค) สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน ๑๕,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป
ทั้งนี้ ปริมาณทั้งหมดตาม (ก) (ข) และ (ค) รวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ลิตร
ข้อ ๑๑ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง แบ่งเป็น ๖ ประเภท คือ
(๑) ประเภท ก
(๒) ประเภท ข
(๓) ประเภท ค
(๔) ประเภท ง
(๕) ประเภท จ
(๖) ประเภท ฉ
ข้อ ๑๒ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ติดเขตทางหลวง ถนนสาธารณะหรือถนนส่วนบุคคลซึ่งมีขนาดความกว้างตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ข้อ ๑๓ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ติดเขตถนนสาธารณะหรือถนนส่วนบุคคลที่มีความกว้างตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ข้อ ๑๔ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค มี ๒ ลักษณะ ดังนี้
(๑) ลักษณะที่หนึ่ง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบกที่มีการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ลิตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน
(๒) ลักษณะที่สอง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่ยานพาหนะทางบกที่มีการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน ๑๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดิน
ข้อ ๑๕ สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยไว้ในถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๑๖ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ มี ๒ ลักษณะ ดังนี้
(๑) ลักษณะที่หนึ่ง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่เรือที่มีปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ลิตร และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินหรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็ก
(๒) ลักษณะที่สอง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่เรือที่มีปริมาณการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย มีปริมาณเกิน ๑๐,๐๐๐ ลิตรขึ้นไป และเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเหนือพื้นดินหรือถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดตั้งภายในโป๊ะเหล็กหรือเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟน้อยไว้ในถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน
ข้อ ๑๗ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ฉ ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ให้บริการแก่อากาศยาน
หมวด ๒
ประเภทและลักษณะของกิจการควบคุม
ข้อ ๑๘ กิจการควบคุมประเภทที่ ๑ ตามมาตรา ๑๗ ได้แก่ สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงลักษณะที่หนึ่ง
ข้อ ๑๙ กิจการควบคุมประเภทที่ ๒ ตามมาตรา ๑๗ ได้แก่
(๑) สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สอง
(๒) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค ลักษณะที่หนึ่ง
(๓) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ง
(๔) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่หนึ่ง
ข้อ ๒๐ กิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ตามมาตรา ๑๗ ได้แก่
(๑) สถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง ลักษณะที่สาม
(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ก
(๔) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ข
(๕) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ค ลักษณะที่สอง
(๖) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท จ ลักษณะที่สอง
(๗) สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท ฉ
หมวด ๓
การแจ้งสำหรับการประกอบกิจการควบคุม
ข้อ ๒๑ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ ต้องแจ้งการประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ธพ.น ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
การประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งเกินกว่าหนึ่งแห่ง ให้ผู้ประกอบกิจการแจ้งการประกอบกิจการทุกแห่ง
ข้อ ๒๒ การแจ้งตามข้อ ๒๑ ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้ง ณ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
(๒) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้ง ณ สำนักงานพลังงานภูมิภาคหรือสำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งแล้ว ให้ออกใบรับแจ้งตามแบบ ธพ.น ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ให้แก่ผู้ประกอบกิจการ และกรณีที่เป็นการแจ้งตามข้อ ๒๒ (๒) ให้รายงานให้กรมธุรกิจพลังงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ออกใบรับแจ้งด้วย
ในกรณีที่เป็นการแจ้งตามข้อ ๒๒ (๒) และพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบในภายหลังว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน และได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อผู้ประกอบกิจการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้กรมธุรกิจพลังงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ
ข้อ ๒๔ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ ให้ผู้ประกอบกิจการแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ธพ.น ๑ ณ สถานที่ที่แจ้งการประกอบกิจการควบคุมตามข้อ ๒๒
หมวด ๔
การอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการควบคุม
ข้อ ๒๕ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
การประกอบกิจการตามวรรคหนึ่งเกินกว่าหนึ่งแห่ง ให้ผู้ประกอบกิจการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการทุกแห่ง
ข้อ ๒๖ การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๒๕ ให้ปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้ง ณ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน
(๒) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากเขตกรุงเทพมหานคร ให้แจ้ง ณ สำนักงานพลังงานภูมิภาคหรือสำนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๗ ใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต
การออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้แยกใบอนุญาตประกอบกิจการตามประเภทของการประกอบกิจการ และให้ใช้ได้เฉพาะกับสถานที่ประกอบกิจการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น
หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจสอบ และการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ ๒๘ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ แก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะของสถานที่ประกอบกิจการให้แตกต่างไปจากที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่จะได้รับอนุญาต โดยจะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในแบบดังกล่าว
ใบอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงลักษณะสถานที่ประกอบกิจการให้เป็นไปตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ ๒๙ กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย ใช้ หรือเปลี่ยนการใช้อาคารที่ใช้ประกอบกิจการ และประสงค์ให้ผู้อนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผู้ออกใบอนุญาต ใบรับแจ้ง หรือใบรับรองการใช้อาคารควบคุมการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารต่อผู้อนุญาต ณ สถานที่ที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามข้อ ๒๖
แบบคำขออนุญาต ใบแจ้ง ใบอนุญาต ใบรับแจ้ง ใบรับรองการใช้อาคาร ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
การพิจารณาออกใบอนุญาต ใบรับแจ้ง หรือใบรับรองการใช้อาคารตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการดังกล่าว ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอ้างถึง “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ให้หมายความถึง “ผู้อนุญาต” ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
ข้อ ๓๐ ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงต่างชนิดจากที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิง เว้นแต่เป็นการใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไวไฟมากกว่าเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดที่ไวไฟน้อยกว่า และต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบทุกครั้งที่มีการใช้ถังเก็บน้ำมันต่างชนิดกัน
ข้อ ๓๑ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ต้องยื่นเอกสารจัดทำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะต้องกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ เป็นผู้เอาประกัน และให้บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ของผู้เอาประกัน เป็นผู้รับประโยชน์เพื่อเป็นค่าเสียหายอันเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ ๓๒ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวภายในหกสิบวันก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุและเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต
หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจสอบ และการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ใบอนุญาตที่ขอต่ออายุตามวรรคหนึ่งให้มีอายุหนึ่งปีนับจากวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ
ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวนหรือหลักฐานการรับแจ้งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือใบอนุญาตเดิมที่ถูกทำลายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย
ใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้ใช้แบบใบอนุญาตและเขียนหรือประทับตราความว่า “ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของใบอนุญาต และให้ระบุวัน เดือน ปีที่ออกใบแทนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้อนุญาตกำกับไว้ด้วย
ข้อ ๓๔ ผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ให้แก่บุคคลอื่น ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตและผู้ขอรับโอนใบอนุญาตยื่นคำขอโอนใบอนุญาตตามแบบที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ในการพิจารณาโอนใบอนุญาต ให้นำหลักเกณฑ์การพิจารณาออกใบอนุญาตมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้โอนแล้วให้เขียนหรือประทับตราความว่า “โอนแล้ว” ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของใบอนุญาต และให้ระบุชื่อผู้รับโอน วัน เดือน ปีที่อนุญาตให้โอนใบอนุญาต พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้อนุญาตกำกับไว้ในใบอนุญาตด้วย
ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ตาย และทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวประสงค์จะดำเนินกิจการนั้นต่อไป ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๔ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตาย และเมื่อได้ยื่นคำขอแล้วให้ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต
หมวด ๕
ค่าธรรมเนียม
ข้อ ๓๖ ค่าธรรมเนียมคำขอ ใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ใบแทนใบอนุญาตการอนุญาตให้ใช้ถังหรือภาชนะในการบรรจุหรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และการต่ออายุใบอนุญาตให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังนี้
(๑) คำขอ ฉบับละ ๒๐ บาท
(๒) ใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๓ ฉบับละ ๒๐๐ บาท
(๓) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๒๐๐ บาท
(๔) การอนุญาตให้ใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่รวมถึงถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ให้คิดค่าธรรมเนียมตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาตรของถัง ดังนี้
ก. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๔๐๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๕ บาทต่อปริมาตร ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ข. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๖๐๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๖๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๘๐๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๘๐ บาทต่อปริมาตร ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ง. ในกรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงอันมีลักษณะแบ่งเป็นช่องสำหรับใช้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟมาก ให้คิดค่าธรรมเนียมสำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงนี้ในอัตราของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟสูงสุด
(๕) การอนุญาตให้ใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดิน ให้คิดค่าธรรมเนียมตามชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาตรของถัง ดังนี้
ก. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๒๐๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๐ บาทต่อปริมาตร ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ข. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๒๕๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๕ บาทต่อปริมาตร ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก
ปริมาตรไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตราถังละ ๓๐๐ บาท
ปริมาตรที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๓๐ บาทต่อปริมาตร ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ง. ในกรณีที่มีการอนุญาตให้ใช้ถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินอันมีลักษณะแบ่งเป็นช่องสำหรับใช้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย ชนิดไวไฟปานกลาง หรือชนิดไวไฟมาก ให้คิดค่าธรรมเนียมสำหรับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงนี้ในอัตราของถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟสูงสุด
(๖) การอนุญาตให้ใช้ขวดน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ให้คิดค่าธรรมเนียมตามปริมาณรวมของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ดังนี้
ก. น้ำมันเชื้อเพลิงไวไฟน้อย
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๐๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ข. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๕๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๒๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๓๐๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๓๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
(๗) การอนุญาตให้ใช้ขวดน้ำมันเชื้อเพลิง กระป๋องน้ำมันเชื้อเพลิง หรือถังน้ำมันเชื้อเพลิงนอกจากที่เก็บภายในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ให้คิดค่าธรรมเนียมตามปริมาณรวมของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ดังนี้
ก. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟน้อย
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๔๐๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๕ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ข. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟปานกลาง
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๖๐๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๖๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟมาก
ปริมาณไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๘๐๐ บาท
ปริมาณที่เกินจาก ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมในอัตรา ๘๐ บาทต่อปริมาณ ๑๐,๐๐๐ ลิตร เศษของ ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดเป็น ๑๐,๐๐๐ ลิตร
(๘) การอนุญาตให้ใช้ถังขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณความจุน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ให้คิดค่าธรรมเนียมถังละ ๒๕๐ บาท
(๙) การต่ออายุใบอนุญาตให้คิดค่าธรรมเนียมตามอัตรา (๒) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) แล้วแต่กรณี
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๗ ผู้ใดประกอบกิจการที่เข้าลักษณะกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ อยู่ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้แจ้งการประกอบกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ธพ.น ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว ยกเว้นเอกสารหลักฐานตาม ๓ (๖) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๓๘ ผู้ใดประกอบกิจการโดยได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อยู่ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ใบอนุญาตดังกล่าวใช้ได้จนถึงวันที่ใบอนุญาตฉบับเดิมสิ้นอายุ
ข้อ ๓๙ ผู้ใดประกอบกิจการโดยได้รับใบอนุญาตและได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่อนุญาต
การพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามข้อ ๓๒
ใบอนุญาตที่ขอต่ออายุตามวรรคหนึ่งให้มีอายุหนึ่งปีนับจากวันที่ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ใบแจ้งการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ แบบ ธพ.น ๑
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ใบแจ้งการประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ ๒ แบบ ธพ.น ๒
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงบัญญัติให้หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้งและการออกใบรับแจ้ง การขอและออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การขอและการให้ต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การขอและการให้โอนใบอนุญาต รวมทั้งอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๔๖/๒๗ก/๔/๑ เมษายน ๒๕๔๖]
จารุวรรณ/พิมพ์
๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖
เนติมา/พัชรินทร์ ผู้จัดทำ
๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๖