กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
พุทธศักราช ๒๔๘๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๔๘๕ กฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๔) กฎกระทรวงการคลังออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๕) กฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ ๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ทั้งนี้ภายใต้บังคับข้อ ๒๘
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ” หมายความว่า เงินตราต่างประเทศและเล็ตเตอร์ออฟเครดิต
“เล็ตเตอร์ออฟเครดิต” หมายความรวมตลอดถึง ออธอริตี้ทูเปอเชส และคำสั่งหรือเอกสารที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน และหมายความเฉพาะที่พึงจ่ายในต่างประเทศ
“ธนาคารรับอนุญาต” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
“บริษัทรับอนุญาต” หมายความว่า บริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศซึ่งมิใช่ธนาคาร
“บุคคลรับอนุญาต” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อ ขาย ให้กู้ยืม แลกเปลี่ยนธนบัตรต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ เหรียญกระษาปณ์ต่างประเทศ หรือเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
“นิติบุคคลรับอนุญาต”[๒] หมายความว่า ธนาคารรับอนุญาต บริษัทรับอนุญาต และนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
“ตัวแทนซื้อเงิน” หมายความว่า บุคคลที่ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรวบรวมเงินจากบุคคลอื่นหลายคน เพื่อนำเงินนั้นไปซื้อปัจจัยชำระเงินต่างประเทศจากธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาตเพื่อส่งไปเลี้ยงดูครอบครัวและญาติพี่น้องของบุคคลนั้น ๆ ในต่างประเทศ
ข้อ ๓ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศจะต้องทำคำขอต่อรัฐมนตรีตามแบบที่กำหนด โดยยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย
รัฐมนตรีจะประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งผู้ขอรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติเพื่อการขอรับอนุญาต และซึ่งผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติไว้ก็ได้
ถ้าใบอนุญาตนั้นมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตเป็นธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาต ให้ถือว่าใช้ได้สำหรับสาขาของผู้รับอนุญาตด้วย กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกใบอนุญาตมาแก้ไขเสียใหม่ โดยระบุมิให้ใบอนุญาตนั้นใช้ได้สำหรับสาขาใดของผู้รับอนุญาตก็ได้
ข้อ ๔[๓] ใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในข้อ ๓ ไม่คุ้มถึงการกระทำที่ห้ามไว้ในข้อ ๗ ทวิ ข้อ ๘ และข้อ ๙ และเฉพาะใบอนุญาตที่ออกให้แก่บุคคลรับอนุญาตไม่คุ้มถึงการซื้อ การขาย การให้กู้ยืม การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างอื่น นอกจากธนบัตรต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ เหรียญกษาปณ์ต่างประเทศและเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
ข้อ ๕ ใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในข้อ ๓ รัฐมนตรีอาจถอนเสียได้ในเมื่อปรากฏว่า ผู้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน หรือกฎ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ ที่ได้ออกเพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น หรือปฏิบัติการอันเป็นภัยต่อระบบการแลกเปลี่ยนเงิน หรือเป็นภัยต่อสาธารณชนในทางเศรษฐกิจ
ข้อ ๖ เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันใช้กฎกระทรวงนี้ ให้การอนุญาตหรือซึ่งถือว่าอนุญาต ให้ธนาคาร ห้างหุ้นส่วนบริษัท หรือผู้ค้าเงินตราต่างประเทศ ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ รวมทั้งการอนุญาตเพื่อการโพยก๊วน ซึ่งได้อนุญาตหรือถือว่าอนุญาตก่อนวันใช้กฎกระทรวงนี้ เป็นอันสิ้นสุดลง
ข้อ ๗ ห้ามมิให้บุคคลใด นอกจากธนาคารรับอนุญาต บริษัทรับอนุญาต หรือบุคคลรับอนุญาต ทำการซื้อ ขาย ให้กู้ยืม แลกเปลี่ยน หรือโอนปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ความในวรรคหนึ่งไม่ให้ใช้บังคับแก่[๔]
(๑) การซื้อ การขายหรือการแลกเปลี่ยนปัจจัยชำระเงินต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาต
(๒) การซื้อหรือการขายธนบัตรต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศหรือเหรียญกษาปณ์ต่างประเทศกับบุคคลรับอนุญาต หรือการขายเช็คสำหรับเดินทางที่พึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลรับอนุญาต
ข้อ ๗ ทวิ[๕] ห้ามมิให้บุคคลใดรับฝากเงินตราต่างประเทศ กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ หรือก่อหนี้อื่นใดที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของสำนักงานใหญ่ สาขาตัวแทน หรือบุคคลใด หรือเป็นการกระทำระหว่างบุคคลดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ความในวรรคหนึ่งจะใช้บังคับเมื่อใด โดยจะใช้บังคับเป็นการทั่วไป หรือเป็นการเฉพาะ หรือจะใช้บังคับทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในการกำหนดตามวรรคสองหรือการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีหรือเจ้าพนักงานจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข หรือระยะเวลาไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๘ บุคคลใดได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยได้รับอนุญาตให้นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ หรือภายใต้เงื่อนไขอย่างใด ห้ามมิให้บุคคลนั้นนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น หรือนำไปใช้ผิดต่อเงื่อนไขในการได้ไปซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศนั้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะนำไปใช้ในหรือนอกประเทศ
ข้อ ๙[๖] นอกจากในกรณีที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปไว้ ห้ามมิให้บุคคลใดส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
คำสั่งยกเว้นนั้น รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๑๐[๗] บุคคลใดนำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่ารวมกันเกินจำนวนที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้นตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่ผ่านศุลกากรทุกแห่ง หรือเจ้าพนักงานประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านพรมแดน หรือช่องทางอื่นใดซึ่งใช้เป็นทางออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ เฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในขณะที่ผ่านด่านหรือช่องทางดังกล่าว
จำนวนเงินตราต่างประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดตามวรรคหนึ่ง ต้องไม่เกินห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือเจ้าพนักงานได้รับแจ้งตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รวบรวมจัดส่งข้อมูลที่ได้รับแจ้งไปยังกระทรวงการคลังต่อไป
ข้อ ๑๕ นอกจากในกรณีที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปไว้ ห้ามมิให้บุคคลใด ซื้อ ขาย หรือให้กู้ยืมทองคำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
คำสั่งยกเว้นนั้น รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๑๖[๑๒] บุคคลใดส่งของออกนอกประเทศต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเป็นค่าของภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ และเมื่อได้รับเงินตราต่างประเทศนั้นแล้วต้องนำเข้ามาในประเทศทันที และขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะมีคำสั่งยกเว้นเป็นการทั่วไปหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ในการฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้มาตามวรรคหนึ่งกับนิติบุคคลรับอนุญาต หรือการถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว ผู้ส่งออกและนิติบุคคลรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วงเงิน และระยะเวลาในการฝากหรือถอนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
คำสั่งของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๒๐[๑๖] บุคคลใดได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ ต้องนำเข้ามาในประเทศทันทีและขายเงินตราต่างประเทศนั้นให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตหรือบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศ หรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นเงินตราต่างประเทศจากการทำธุรกรรม บุคคลดังกล่าวต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศนั้นภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ทำธุรกรรม
ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานจะมีคำสั่งยกเว้นโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะ และจะกำหนดเงื่อนไขในการยกเว้นด้วยก็ได้
ในการฝากเงินตราต่างประเทศที่ได้มาตามวรรคหนึ่งไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต หรือการถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว บุคคลผู้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศและนิติบุคคลรับอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วงเงิน และระยะเวลาในการฝากหรือถอนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด
ข้อ ๒๕[๒๑] รัฐมนตรีอาจออกคำสั่งโดยทั่วไป
(๑) ให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกแจ้งรายการตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดเกี่ยวกับของที่นำเข้าหรือส่งออกราคาของ วิธีชำระเงินค่าของ เงินตราต่างประเทศหรือเงินตราที่ใช้หรือจะใช้ชำระค่าของนั้น หรือข้อความอื่นใดต่อเจ้าพนักงานโดยผ่านทางพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะยื่นใบขนสินค้าต่อศุลกากร
(๒) ให้บุคคลซึ่งซื้อหรือขายปัจจัยชำระเงินต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาต แจ้งรายการตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้หรือการได้มาซึ่งปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ วัตถุประสงค์ในการซื้อปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ หรือข้อความอื่นใดต่อเจ้าพนักงานโดยผ่านทางธนาคารรับอนุญาตหรือบริษัทรับอนุญาตในขณะซื้อหรือขายปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ
(๓)[๒๒] ให้บุคคลซึ่งฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับธนาคารรับอนุญาตตามข้อ ๑๖ หรือข้อ ๒๐ แจ้งรายการตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนดเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศที่ฝากหรือถอนจากบัญชีเงินฝาก รายละเอียดเกี่ยวกับการได้มาหรือถอนเงินตราต่างประเทศ วัตถุประสงค์ในการฝากหรือถอน หรือข้อความอื่นใดต่อเจ้าพนักงานโดยผ่านทางธนาคารรับอนุญาตในขณะฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศ
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่รัฐมนตรีประกาศว่าได้มีการเปิดบัญชีหักกลบลบหนี้ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศประเทศหนึ่งประเทศใด บุคคลผู้ส่งเงินไปยังประเทศนั้น หรือรับเงินจากบุคคลในประเทศนั้น จะต้องกระทำโดยผ่านบัญชีหักกลบลบหนี้นั้นตามวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด เว้นแต่จะได้อนุญาตให้ยกเว้น
ข้อ ๒๗ ห้ามมิให้บุคคลใดประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อเงิน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี
บุคคลใดประสงค์จะประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนซื้อเงินจะต้องทำคำขอต่อรัฐมนตรีตามแบบที่กำหนด โดยยื่นผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย
รัฐมนตรีจะประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งผู้ขอรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติเพื่อการขอรับอนุญาต และซึ่งผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติไว้ก็ได้
ถ้าใบอนุญาตนั้นมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าใช้ได้สำหรับสาขาของผู้รับอนุญาตด้วย กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม รัฐมนตรีมีอำนาจเรียกใบอนุญาตมาแก้ไขเสียใหม่ โดยระบุมิให้ใบอนุญาตนั้นใช้ได้สำหรับสาขาใดของผู้รับอนุญาตก็ได้
ข้อ ๒๘ ให้กฎกระทรวงการคลัง (ฉบับที่ ๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๙๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ คงใช้บังคับแก่บุคคลที่มีความผูกพันจะต้องจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ เพื่อขายแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติการตามความผูกพันนั้นเสร็จสิ้นแล้ว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗
ภ. บริภัณฑ์ยุทธกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่กฎกระทรวงในเรื่องนี้มีหลายฉบับ และปรากฏว่ายังไม่รัดกุมพอ สมควรประมวลเสียใหม่ให้สะดวกแก่การใช้ปฏิบัติ และแก้ไขปรับปรุงวิธีการบางประการให้รัดกุมยิ่งขึ้น
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจควบคุมการส่งหรือนำเงินตราและหลักทรัพย์ออกนอกประเทศ จึงเห็นสมควรออกกฎกระทรวงกำหนดมูลค่าการส่งหรือนำเงินตรา หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราออกนอกประเทศ ขึ้นไว้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บุคคลประเภทนักสะสมเหรียญกระษาปณ์หรือธนบัตร
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สมควรที่จะผ่อนผันให้นักทัศนาจรชาวต่างประเทศ ผู้เดินทางผ่านหรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วคราวนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศพร้อมกับตนได้อย่างเสรี
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศในรูปเงินฝาก การกู้ยืมและการก่อหนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะมีผลในการขยายสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น และอาจเป็นช่องทางให้มีการเก็งกำไรในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ตลอดทั้งเป็นภาระทางด้านการชำระหนี้ในภายหน้า ซึ่งอาจมีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ สมควรควบคุมการรับฝากเงินตราต่างประเทศ การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศและการก่อหนี้อื่นใดที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๗]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรควบคุมและป้องกันมิให้มีการนำปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศโดยเสรี เว้นแต่กรณีนำออกไปพร้อมกับตน หรือกรณีนำเงินสดออกไปไม่เกินวงเงินที่กำหนด หรือในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินที่ได้นำเข้ามาและได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรแล้วในขณะนำเข้า จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๘]
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่การค้าขายตามแนวชายแดน ซึ่งนิยมใช้เงินตราเป็นสื่อกลางในการค้าขาย และเพื่อให้ทางราชการสามารถแก้ไขปรับปรุงวงเงินตราที่บุคคลจะนำติดตัวออกนอกประเทศได้ทันต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และให้สอดคล้องกับการกำหนดมูลค่าเงินตราที่จะนำเข้ามาในประเทศตามข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ ( พ.ศ. ๒๔๙๗ ) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ในการนี้สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ ( พ.ศ. ๒๔๙๗) ฯ โดยให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกคำสั่งกำหนดกรณีและเงื่อนไขในการควบคุมการส่งหรือนำเงินตราหรือหลักทรัพย์อันมีค่าหรือพึงจ่ายเป็นเงินตราออกนอกประเทศได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๒๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ฐานะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศเจริญเติบโตและมีความมั่นคงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับจนในปัจจุบันเงินสำรองระหว่างประเทศมีระดับสูงเป็นที่น่าพอใจ จึงสมควรที่จะผ่อนคลายการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อให้การนำเงินตราต่างประเทศเข้าออกเป็นไปโดยเสรียิ่งขึ้น อันจะสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจกับต่างประเทศและสร้างความมั่นใจให้แก่วงการการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๐]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรขยายธุรกิจในด้านการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงกำหนดให้บริษัทรับอนุญาตตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ.๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ สามารถรับฝากเงินตราต่างประเทศได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๑]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเร่งรัดการจัดให้ได้มา ซึ่งเงินตราต่างประเทศสำหรับค่าของที่ส่งออกนอกประเทศให้เร็วขึ้น เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้ดียิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๒]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเร่งรัดการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศสำหรับค่าของที่ส่งออกให้เร็วขึ้น และเพื่อมิให้ผู้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศถือครองเงินตราต่างประเทศไว้นานเกินไปโดยไม่มีความจำเป็น อันจะเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้มั่นคงยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันฐานะเศรษฐกิจและการเงินของประเทศมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น และมีทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้สามารถผ่อนคลายการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินตราต่างประเทศมากขึ้น อันจะสร้างความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สมควรขยายระยะเวลาในการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลใดได้มาเป็นค่าของส่งออกนอกประเทศหรือได้มาจากแหล่งเงินได้อื่นในต่างประเทศจึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๕๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยได้เปิดเสรีทางด้านการเงินและผ่อนคลายการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ทำให้ประชาชนสามารถนำเงินตราต่างประเทศออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศได้โดยไม่จำกัด ในบางครั้งจึงเกิดการลักลอบส่งหรือนำเงินตราต่างประเทศที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงทางการเงินของประเทศ ดังนั้น เพื่อป้องกันการกระทำดังกล่าวและเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปราบปรามการค้ายาเสพติดและการปราบปรามการฟอกเงินของรัฐ สมควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลการเคลื่อนไหวของเงินตราต่างประเทศ โดยให้ผู้นำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่าเกินจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศ แจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕[๓๕]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันธุรกิจไทยประสบกับภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดภายในประเทศและในตลาดโลก จึงมีความจำเป็นต้องสนับสนุนให้ธุรกิจไทยมีความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจมากขึ้น สมควรขยายระยะเวลาในการนำเข้ามาในประเทศซึ่งเงินตราต่างประเทศที่บุคคลใดได้มาเป็นค่าของส่งออกนอกประเทศหรือได้มาจากแหล่งเงินได้อื่นและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจพิจารณากำหนดระยะเวลาสำหรับการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวในประเทศไทยตามความเหมาะสมแก่สถานการณ์ อันจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการให้สินเชื่อทางการค้าแก่คู่ค้าในต่างประเทศและการบริหารเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนด้านการเงินและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วชิระ/จัดทำ
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๘๔/หน้า ๑๘๓๒/๑๔ ธันวาคม ๒๔๙๗
[๒] ข้อ ๒ นิยามคำว่า “นิติบุคคลรับอนุญาต” แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๓] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๔] ข้อ ๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๕] ข้อ ๗ ทวิ เพิ่มโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๖] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๗] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๕๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๘] ข้อ ๑๑ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๙] ข้อ ๑๒ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๐] ข้อ ๑๓ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๑] ข้อ ๑๔ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๒] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๓] ข้อ ๑๗ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๔] ข้อ ๑๘ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๕] ข้อ ๑๙ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๖] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๗] ข้อ ๒๑ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๘] ข้อ ๒๒ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๑๙] ข้อ ๒๓ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๒๐] ข้อ ๒๔ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๒๑] ข้อ ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๒๒] ข้อ ๒๕ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๕๓๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕
[๒๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๕/ตอนที่ ๘๕/หน้า ๖๕๔/๒๔ กันยายน ๒๕๑๑
[๒๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๖/ตอนที่ ๑๑๓/หน้า ๑๐๒๕/๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๒
[๒๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๙/ตอนที่ ๑๗/หน้า ๒๗/๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕
[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๗๐/หน้า ๘๓/๑ เมษายน ๒๕๑๘
[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๒/ตอนที่ ๒๑๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๖/๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๘
[๒๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๑๙๔/หน้า ๕๒๑/๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๒
[๒๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๓๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ มีนาคม ๒๕๓๔
[๓๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนที่ ๑๒ ก/หน้า ๒๐/๒๔ เมษายน ๒๕๓๙
[๓๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๙ ก/หน้า ๓๑/๒๒ กันยายน ๒๕๔๐
[๓๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๑ ก/หน้า ๑/๖ มกราคม ๒๕๔๑
[๓๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๔๐/๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐
[๓๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๑๒/๒๘ กันยายน ๒๕๕๐
[๓๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๒๓ ก/หน้า ๒๐/๒๘ มกราคม ๒๕๕๑