กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๓๘ วรรคสี่ และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ สมาชิกดังต่อไปนี้มีสิทธิได้รับเงินประเดิม
(๑) ข้าราชการซึ่งรับราชการอยู่ก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐
(๒) ข้าราชการซึ่งออกจากราชการแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ โดยบอกเลิกรับบำนาญเดิมเพื่อขอนับเวลาราชการต่อเนื่อง
(๓) ข้าราชการซึ่งออกจากราชการไปและกลับเข้ารับราชการใหม่หลังวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๐ เนื่องจาก
(ก) ไปปฏิบัติงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ
(ข) ไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(ค) ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
(ง) ถูกคำสั่งให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก และอยู่ในระหว่างร้องทุกข์หรืออุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
(๔)[๑] ข้าราชการซึ่งออกจากราชการและกลับเข้ารับราชการใหม่ด้วยเหตุอื่นนอกจาก (๓) โดยมีบัญชีเงินประเดิมและมีสิทธินับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตอนก่อนออกจากราชการต่อเนื่องกับเวลารับราชการในตอนหลังตามมาตรา ๓๘ โดยให้มีสิทธิได้รับเงินประเดิมและผลประโยชน์ของเงินประเดิมตอนก่อนออกจากราชการตามจำนวนที่ปรากฏในบัญชีรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น
ข้อ ๒ เงินประเดิมให้คำนวณโดยวิธีการดังต่อไปนี้
เงินประเดิม = ๒๕ x เงินเดือน [(๑.๐๙)เวลาราชการ - (๑.๐๘)เวลาราชการ]
(๑.๐๘)เวลาราชการ-๑
เพื่อประโยชน์ในการคำนวณเงินประเดิมตามวรรคหนึ่ง
(๑) เงินเดือน คือ อัตราเงินเดือนที่ข้าราชการได้รับตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการนั้นๆ ในเดือนมีนาคม ๒๕๔๐ โดยไม่รวมเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับค่าวิชาสำหรับประจำตำแหน่งที่ต้องฝ่าอันตรายเป็นปกติ สำหรับการสู้รบ สำหรับการปราบปรามผู้กระทำความผิด หรือเงินเพิ่มอย่างอื่น
(๒) เวลาราชการ คือ เวลาราชการที่คำนวณตามบทบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๖ วรรคสอง และให้คำนวณเศษของปีโดยใช้ทศนิยมสี่ตำแหน่ง ทั้งนี้ ไม่รวมเวลาราชการทวีคูณ
(๓) จำนวนเงินประเดิม หากมีเศษของบาทให้คิดเป็นหนึ่งบาท
ข้อ ๓ ในกรณีตามข้อ ๑ (๑) ให้นับเวลาราชการตั้งแต่วันที่เริ่มเข้ารับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือน ต่อเนื่องกันจนถึงวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๐
ข้อ ๔ ในกรณีตามข้อ ๑ (๒) ให้นับเวลาราชการตอนก่อนออกจากราชการรวมกับเวลาราชการที่กลับเข้ารับราชการใหม่จนถึงวันก่อนวันเข้าเป็นสมาชิกโดยตัดเวลาระหว่างรับบำนาญออกเป็นเวลาราชการสำหรับคำนวณเงินประเดิม
ข้อ ๕ ในกรณีตามข้อ ๑ (๓) ให้นับเวลาราชการตอนก่อนออกจากราชการรวมกับเวลาราชการที่กลับเข้ารับราชการใหม่จนถึงวันก่อนเข้าเป็นสมาชิกโดยรวมเวลาซึ่งออกจากราชการไปเพราะเหตุดังกล่าวด้วย เป็นเวลาราชการ และให้นำเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ก่อนวันที่เข้าเป็นสมาชิก เป็นเงินเดือน สำหรับคำนวณเงินประเดิม
ข้อ ๖[๒] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐
อำนวย วีรวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๘ วรรคสี่และมาตรา ๔๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙กำหนดให้ข้าราชการซึ่งกลับเข้ารับราชการใหม่ อาจมีสิทธิได้รับเงินประเดิมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และกำหนดให้กระทรวงการคลัง คำนวณเงินประเดิมสำหรับสมาชิกตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงเพื่อนำส่งเข้ากองทุน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๔๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙[๓]
ข้อ ๒ กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๓๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดให้ข้าราชการซึ่งกลับเข้ารับราชการใหม่อาจมีสิทธิได้รับเงินประเดิมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และโดยที่ข้อ ๑ (๓) แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดเหตุที่สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการผู้ซึ่งออกจากราชการไปและกลับเข้ารับราชการใหม่หลังวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๔๐ มีสิทธิได้รับเงินประเดิมเพียง ๔ กรณี ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงการออกจากราชการด้วยเหตุอื่นและขณะที่ลาออกยังไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญซึ่งไม่สามารถนำเวลาราชการเดิมมานับต่อเนื่องเพื่อสิทธิในเงินประเดิมทั้งที่บทบัญญัติมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดให้ข้าราชการซึ่งออกจากราชการและต่อมากลับเข้ารับราชการใหม่ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ สามารถนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตอนก่อนออกจากราชการต่อเนื่องกับการรับราชการในตอนหลังได้ อีกทั้งเจตนารมณ์ในการให้เงินประเดิมแก่สมาชิกก็เพื่อชดเชยสูตรบำนาญที่เปลี่ยนไปซึ่งทำให้เงินบำนาญลดลง ประกอบกับกฎหมายบังคับว่าผู้ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ ต้องเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ดังนั้น เพื่อมิให้ข้าราชการที่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว ต้องเสียสิทธิและผลประโยชน์ในเงินประเดิมที่ควรมีสิทธิได้รับเมื่อเริ่มเป็นสมาชิกโดยผลของช่องว่างของกฎหมาย สมควรกำหนดเหตุแห่งสิทธิที่จะได้รับเงินประเดิมเพิ่มเติมเพื่อให้ข้าราชการผู้นั้นได้รับเงินประเดิมในส่วนที่เคยมีสิทธิต่อเนื่องไปด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สัญชัย/ปรับปรุง
๗ กันยายน ๒๕๔๙