กฎข้อบังคับ
ระเบียบการปกครองที่อาศรัยในพระราชฐาน
พ.ศ. 2468
----------------
เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวัง ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ที่
ภายในเขตร์พระราชฐานและที่ระโหฐานทั้งปวงนั้น ตามพระราชประเพณีเดิม ข้าใน
พระราชสำนักทั้งชายหญิง จะพาภรรยาสามีเข้าไปอยู่ร่วมด้วยได้ก็แต่ฉเภาะที่ท้ายสนมแห่ง
เดียวเท่านั้น นอกกว่านี้เปนที่ต้องห้ามทั้งหมดมาในบัดนี้ปรากฏว่ามีผู้เข้าใจผิดเลอะเลือน
มากขึ้น มิได้คิดถึงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสิทธิในที่พระราชฐานทั้งปวงเช่น
เดียวกับเจ้าของเคหะสถานอื่น ต่างถืออำนาจพวกพ้องว่าเปนข้าในพระราชสำนัก ได้พากัน
เข้าไปอยู่ในเขตร์พระราชฐานมากขึ้นทุกที ซึ่งเปนการผิดต่อกฎมณเฑียรบาลและพระราช
กฤษฎีกาอยู่ส่วน 1 นอกจากนี้ผู้ที่ประพฤติชั่วก็กระทำให้มีเหตุเนือง ๆ มีลักลอบเล่นการพนัน
ทำหนี้สินถึงกับศาลมายึดทรัพย์ยังที่อาศรัยภายในเขตร์พระราชฐาน ทั้งให้เช่าถือซื้อขายสิทธิ
ให้ผู้อื่นเข้าอยู่ ไม่เคารพคารวะต่อระเบียบแบบแผนอันเปนพระราชประเพณี เช่นแต่งกาย
ไม่สมควรเดินผ่านเข้าออกประตูพระราชฐาน ผิดลักษณะของสาธุชนที่จะพึงควรประพฤติ
ระหว่างเจ้าของเคหะสถานกับผู้อาศรัย ด้วยเหตุผลที่กล่าวแล้วข้างจึง จึงได้พระราชทาน
พระบรมราชานุญาตให้ตรากฎข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า ` กฎข้อบังคับระเบียบการปกครองที่อาศรัยในพระ
ราชทาน'
ข้อ 2 ข้อความใด ๆ ที่จะได้กล่าวต่อไป ให้พึงเปนที่เข้าใจดังนี้
ก. คำว่า `ที่อาศรัย' ให้เปนที่เข้าใจว่า ที่ดิน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งซึ่งนับว่าเปน
เคหะสถานอันได้มีอยู่ในเขตร์พระราชฐานทั่วไป ไม่ได้หมายความถึงสถานที่ทำการซึ่งได้
พระราชทานพระบรมราชานุญาต
ข. คำว่า `ผู้อาศรัย' หมายความว่าผู้ที่ได้เข้าไปอยู่ในที่นั้นเพราะได้รับอนุญาต
ไม่ได้ หมายความถึงผู้ที่อยู่โดยน่าที่ราชการ
ค. คำว่า `พระราชฐาน' คือที่ทั้งปวงที่ได้บรรยายในกฎมณเฑียรบาลและพระ
ราชกฤษฎีกา
ง. คำว่า `สามี ภรรยา' หมายความว่าหญิงชายที่อยู่เปนคู่ครองตามประเพณี
หรือที่เปนผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายมิได้ถือเอาการประเวณีเปนประมาณ
ข้อ 3 ตั้งแต่วันที่ประกาศนี้เปนต้นไป ให้นายทะเบียนใหญ่ในพระราชสำนักเรียกใบ
อนุญาตจากผู้อาศรัยในพระราชฐานแต่เดิมคืนทั้งหมด แล้วให้จัดตามระเบียบที่ได้กำหนดใหม่
ข้อ 4 ผู้ที่จะอาศรัยอยู่ในเขตร์พระราชฐานได้นั้น ต้องเปนข้าราชการในพระ
ราชสำนักที่ยังประจำการอยู่ จึงจะขออนุญาตและให้อนุญาตอยู่ภายในเขตร์พระราชทานได้
ข้อ 5 ข้าราชการผู้ที่จะขออนุญาตนั้น จะต้องยื่นเรื่องราวตามแบบ และต้องมีข้า
ราชการชั้นสัญญาบัตรซึ่งผู้ขอสังกัดอยู่เซ็นรับรอง เมื่อได้อนุญาตแล้ว จึงจะถือว่าผู้นั้นได้
อาศรัยอยู่โดยชอบด้วยระเบียบปกครองและพระราชกำหนดกฎหมาย
ข้อ 6 ถ้าผู้ที่ได้รับอนุญาตมีสามี หรือ ภรรยา กับครอบครัวที่จะต้องอยู่กับตนในที่
อาศรัย ก็ให้ลงนามโดยละเอียดเมื่อเจ้าน่าที่พิจารณาเห็นสมควรอนุญาตแล้ว ผู้ขออนุญาตจะ
ต้องรับผิดชอบในความประพฤติของครอบครัวนั้น ๆ ในการกระทำผิดต่อระเบียบการปกครอง
ข้อ 7 ห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อาศรัยรับผู้ใดผู้ 1 ให้พักพิงแรมคืนในที่อยู่
แห่งตนเปนอันขาด เว้นไว้แต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าน่าที่ตามครั้งคราวตามแบบใบอนุญาต
ข้อ 8 ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตอาศรัยไม่มีอำนาจที่จะโอนที่อยู่นั้นโดยอาการซื้อขาย ให้
ปัน เช่าถือ แลกเปลี่ยน และไม่ใช่อาศรัยแต่ในนาม แล้วให้ผู้อื่นอยู่เปนต้น
ข้อ 9 ถ้าผู้ที่ได้รับอนุญาตถึงแก่กรรมก็ดี ต้องออกจากประจำการก็ดี หรือถูกเรียก
ใบอนุญาตคืนก็ดี ผู้อาศรัยและผู้ที่เปนครอบครัวนั้น ๆ ต้องออกจากที่ไป ตามที่เจ้าน่าที่
ทะเบียนจำกำหนดให้ และผู้ที่ต้องออกจากที่อาศรัยไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้อง หรือ รื้อถอนเอา
สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เปนส่วนของเคหะสถานที่เปนของหลวงไปเปนอันขาด
ข้อ 10 ข้อบังคับนี้ให้ใช้ภายในเขตพระบรมมหาราชวังตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน
พระพุทธศักราช 2468 เปนต้นไป ส่วนเขตร์พระราชฐานแห่งอื่นโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ ณ ที่ใด
เมื่อใด ก็จะได้ประกาศเปนคราวๆ
ข้อ 11 ให้นายทะเบียนใหญ่ในพระราชสำนัก มีน่าที่รักษากฎข้อบังคับนี้
กระทรวงวัง
ประกาศมา ณ วันที่ 22 สิงหาคม พระพุทธศักราช 2468
เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี
เสนาบดี