หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนักเพิ่มเติม (ครั้งที่ 3)

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
กฎ:

กำลังแสดง: กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนักเพิ่มเติม (ครั้งที่ 3) (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎมณเฑียรบาล

ว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนักเพิ่มเติม

(ครั้งที่ ๓)

                  

 

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่า ตั้งแต่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรากฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนักขึ้นไว้แล้ว การครอบครัวเป็นระเบียบเรียบร้อยดีขึ้นเป็นลำดับมา บัดนี้ ทรงพระราชดำริว่าตามความในมาตรา ๑๙ ข้อ ๑ ซึ่งห้ามมิให้ชายนำหญิงที่ชายสมจรด้วยเป็นครั้งเป็นคราว หรือหญิงที่เรียกว่าเมียลับลงทะเบียนนั้น ความยังบกพร่องอยู่ เพราะบางที่ชายสมสู่กับหญิงจำพวกนี้จนมีบุตร แต่หญิงนั้นต้องด้วยลักษณะเมียลับที่จะจดทะเบียนไม่ได้ บุตรอันเกิดมาก็เลยไม่ได้จดทะเบียนและไม่ใคร่จะได้รับความอุปถัมภ์เลี้ยงดูจากผู้เป็นบิดาตามสมควร ทรงพระกรุณาน่าสงสารแก่เด็กที่เกิดมาเป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน และเพื่อจะบำราบมิให้การอย่างนี้มีแพร่หลายมากไป

 

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวัง รับพระบรมราชโองการประกาศกฎมณเฑียรบาลฉบับนี้เพิ่มเติมว่า

 

มาตรา ๑  บุตรอันเกิดแต่หญิง ที่ชายสมจรด้วยเป็นครั้งเป็นคราว หรือหญิงที่ชายสมจรด้วยโดยอาการที่เรียกว่าเมียลับก็ตาม ถ้าความไม่ปรากฏว่าหญิงที่เป็นมารดานั้น ได้สมจรปะปนด้วยชายอื่น เด็กที่เกิดมาเป็นบุตรของชายผู้นั้นโดยแท้แล้ว ให้ชายผู้เป็นบิดามีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูบำรุงรักษาให้กินอยู่นุ่งห่มและเล่าเรียนตามสมควรแก่ฐานานุรูปจนกว่าเด็กนั้นจะมีอายุครบ ๑๖ ปี

 

มาตรา ๒  การเลี้ยงดูดังว่ามาในมาตรา ๑ นั้น ชายผู้เป็นบิดาจะรับตัวเด็กมาเลี้ยงดูเสียเองก็ได้ หรือจะให้มารดาปกครองเลี้ยงดูไว้ก็ได้ แล้วแต่ความตกลงและเพื่อประโยชน์แก่เด็กเป็นประมาณ

ถ้าเด็กต้องอยู่กับมารดาแล้ว ให้ชายผู้เป็นบิดาออกเงินค่าเลี้ยงดูให้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป (แต่อย่างไรก็ดีมารดาของเด็กหรือผู้ปกครองจะเรียกค่าเลี้ยงดูเกินกว่า ๑ ใน ๔ ของเงินเดือนไม่ได้)

 

ประกาศมา ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๐ เป็นวันที่ ๒๓๙๘ ในรัชกาลปัจจุบันนี้[๑]

 

 

 



[๑] รก.๒๔๖๐/-/๘๘/๑๐ มิถุนายน ๒๔๖๐