หน้าหลัก · สารบัญกฎหมาย · อ่านกฎหมาย

กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการค้าขายและการสมาคมแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก

ดาวน์โหลด PDF
อ้างอิงจาก & ฉบับที่เกี่ยวข้อง
ฉบับปรับปรุงเมื่อปี:
มีการแก้ไขเมื่อปี:
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
พระราชกฤษฎีกา:
ประกาศ:
กฎ:

กำลังแสดง: กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการค้าขายและการสมาคมแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก (กลับไปยังฉบับหลัก)

กฎมณเฑียรบาล

ว่าด้วยการค้าขายและการสมาคมแห่งข้าราชการ

ในพระราชสำนัก

                  

 

ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนายุกาล เป็นอดีตภาค ๒๔๕๗ พรรษา พฤษภาคมมาศ เอกติงสติมสุรทิน อาทิจจวาร โดยกาลนิยม

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อดิศัยพงษวิมลรัตน์ วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร์ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า

การที่ข้าราชการในพระราชสำนักประกอบกิจในทางค้าขายเพื่อแสวงประโยชน์ นอกเหนือผลแห่งราชการ ซึ่งกระทำอยู่แล้วตามหน้าที่นั้น ย่อมเป็นทางที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายได้โดยเอนกประการ สมควรจะตราบัญญัติแสดงพระราชนิยมไว้ เพื่อให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่นับว่าเป็นผู้ปฏิบัติราชการในที่ใกล้ชิดพระองค์ทราบไว้ทั่วกัน

ก็วิสัยมนุษย์ที่ทำการงานใด ๆ ทั้งสิ้น ธรรมดาบังคับว่าต้องมีเวลาพักผ่อน ผู้ที่เป็นข้าราชการนั้นก็ย่อมมีราชกิจเป็นกังวลที่ควรปฏิบัติโดยเต็มสติกำลังและความสามารถอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เสร็จราชการชั่ววันหนึ่ง ๆ ก็ได้กลับสู่เคหะสถานบ้านเรือน อันเป็นเวลาที่ทรงพระกรุณาให้พักผ่อนร่างกายเพื่อบำรุงกำลังและความคิด เพื่อประโยชน์แก่หน้าที่ราชการของตนในวันหน้า ก็เมื่อข้าราชการผู้ใดเอาเวลาซึ่งควรจะพักผ่อนนั้นไปทำการงานอย่างอื่น เพื่อประโยชน์พิเศษของตนเช่นนี้แล้วผู้นั้นก็จำจะต้องกลับใช้เวลาซึ่งควรประกอบราชกิจตามหน้าที่นั้น สำหรับพักผ่อนเป็นธรรมดา นับว่าเป็นการเอาเปรียบไม่สมควรแก่ผู้ที่เป็นข้าราชการเลย  อนึ่ง พระราชประสงค์อันเป็นข้อใหญ่ในการที่ทรงพระมหากรุณาพระราชทานเบี้ยบำนาญเลี้ยงชีพนั้นก็ด้วยทรงพระราชดำริเห็นว่า ข้าทูลละอองธุลีพระบาทมีหน้าที่ต้องรับราชการเต็มกำลังและเวลา ไม่มีโอกาสที่จะสะสมทรัพย์สมบัติไว้เลี้ยงตนเมื่อแก่ชราทุพลภาพ จึงทรงพระกรุณาพระราชทานเงินเลี้ยงชีพแก่ผู้ที่มีความชอบและเหน็ดเหนื่อย ทั้งนี้ ก็เสมอว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสะสมทรัพย์สมบัติไว้ให้แก่ราชการ เพื่อเลี้ยงตนและครอบครัวในเวลาที่มิสามารถจะหาผลประโยชน์ใด ๆ อื่นได้ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทควรระลึกถึงพระมหากรุณาข้อนี้แล้ว และตั้งหน้าปฏิบัติราชการโดยสุดกำลังจริง ๆ ไม่สมควรจะเอาเวลาซึ่งควรจะให้เป็นประโยชน์แก่ราชการไปใช้ในการแสวงผลประโยชน์ส่วนตัวให้นอกเหนือออกไปอีก  แต่ครั้นจะทรงห้ามมิให้ข้าราชการในพระราชสำนักแสวงผลใด ๆ นอกจากผลแห่งราชการเสียทีเดียว ก็ยังทรงพระกรุณาอยู่ว่าเป็นการรุนแรงเกินกว่าเหตุไป เพราะทางหาผลประโยชน์บางอย่าง ที่ไม่เป็นการเสื่อมเสียแก่ราชการและเกียรติยศก็มีอยู่บ้าง ทั้งข้าราชการนอกพระราชสำนักก็ประกอบการหาเลี้ยงชีพในทางค้าขายมีอยู่หลายราย จะทรงห้ามแต่ข้าราชการในพระราชสำนักจำพวกเดียว ก็จะเป็นการเสียเปรียบเกินไป  แต่ครั้นจะไม่มีข้อบัญญัติไว้เสียเลยในเรื่องนี้ ก็มีทางที่จะเสื่อมเสีย ทั้งประโยชน์ส่วนตัวแห่งข้าราชการผู้นั้นเองและประโยชน์แห่งราชการได้โดยเอนกบรรยาย และเมื่อข้าราชการในพระราชสำนักผู้ใดไปมีเหตุเสียหายด้วยประการใด ๆ ในการค้าขายเข้าแล้ว เหตุนี้ย่อมกระทบกระเทือนถึงพระองค์สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินเป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศได้ โดยเหตุผลซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชปรารภปรากฏโดยแจ่มแจ้งชัดเจนในกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ นั้นแล้ว

อนึ่ง การคบหาสมาคมของข้าราชการในพระราชสำนักก็เป็นข้อสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้ามิเป็นไปโดยชอบแล้ว จะเป็นโทษแก่ตน ซ้ำจะมีผลอันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศได้ด้วย โดยมูลดุจเดียวกัน สมควรจะมีบัญญัติสกัดกั้นทางที่จะนำสู่ความเสียหายไว้บ้าง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี ศรีรัตนมณเฑียรบาล บรมราโชประการกิจจาภิรมย์ สรรโพดมราชธุรานุประดิษฐ์ธรรมสุจริตวิบุลย์ มาลากุลวิวัฒน์ บำรุงรัตนราชประเพณี นิตยภักดีนฤปนารถอันเตปุริกามาตย์มหานายก อรรคเสวกนนทิพาหมุรธาธร กิติขจรเสนาบดี ศรีรัตนไตรสรณธาดา อุดมอาชวาธยาไศรย อภัยพิริยบรากรมพาหุ เสนาบดีกระทรวงวัง รับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ประกาศกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการค้าขายและการสมาคมแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก ดังต่อไปนี้

 

หมวดที่ ๑

ว่าด้วยนามและลักษณะใช้กฎมณเฑียรบาลนี้

                  

 

มาตรา ๑  กฎนี้ให้เรียกว่า กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการค้าขายและการสมาคมแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗

 

มาตรา ๒[๑]  กฎมณเฑียรบาลนี้ ให้เริ่มใช้แต่วันที่ ๑ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ เป็นต้นไป

 

มาตรา ๓  บรรดากฎข้อบังคับซึ่งมีอยู่แล้วสำหรับพระราชสำนักข้อใดที่ขัดกับข้อความในกฎนี้ให้ยกเลิก

 

มาตรา ๔  ต่อไปภายหน้า ถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อใดข้อหนึ่งในกฎนี้ และเสนาบดีกระทรวงวังได้ประกาศโฆษณาแก่ข้าราชการในพระราชสำนักทราบทั่วกันแล้ว ให้นับว่าข้อที่แก้ไขหรือเพิ่มเติมใหม่นั้นเป็นส่วนหนึ่งแห่งกฎนี้

 

หมวดที่ ๒

ว่าด้วยผู้ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎนี้

                  

 

มาตรา ๕  ผู้ที่นับว่าอยู่ในกฎนี้และจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎนี้ คือ บรรดาข้าทูลละอองธุลีพระบาทที่รับราชการอยู่ในกระทรวงวังและกรม กองต่าง ๆ ซึ่งนับว่ารวมอยู่ในพระราชสำนักตามที่ได้ระบุไว้โดยละเอียดในมาตรา ๕ แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗

 

มาตรา ๖  ผู้ที่อยู่ในกฎนี้ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นแต่ผู้ที่รับราชการประจำและผู้ที่เป็นกองหนุนเท่านั้น ผู้ที่นอกราชการหรือซึ่งได้ย้ายไปรับราชการอยู่ในกระทรวง ทบวง การอื่นแล้ว ไม่นับว่าอยู่ในกฎนี้

 

หมวดที่ ๓

คำอธิบายในกฎนี้

                  

 

มาตรา ๗  ๑) คำว่า เสนาบดี ข้าราชการ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ผู้บังคับบัญชาสูงสุด เจ้าพนักงาน เหล่านี้ ท่านให้พึงเข้าใจความตามมาตรา ๗ แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ นั้น ทุกประการ

๒) คำว่า การค้าขาย ท่านให้เข้าใจว่า การลงทุนด้วยสินทรัพย์ก็ดีหรือด้วยกำลังหรือความคิดก็ดี หรือด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ เกียรติคุณก็ดี เพื่อประสงค์ประโยชน์นอกเหนือจากที่ได้รับพระราชทานอยู่ในหน้าที่ราชการโดยตรง

๓) คำว่า ห้างหุ้นส่วน ท่านให้เข้าใจว่า การซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปปรองดองเข้ากันทำกิจการรวมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร ซึ่งจะพึงได้มาแต่การนั้น

๔) คำว่า บริษัท ท่านให้พึงเข้าใจว่า การเข้าหุ้นส่วนกันค้าขายมีต้นทุนจัดแบ่งออกเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่ากัน ผู้ถือหุ้นต่างคนต่างจำต้องออกสินใช้หนี้โดยจำกัดแต่เพียงค่าหุ้นที่ตนถือตามจำนวนมากและน้อย หรือโดยไม่มีจำกัด

๕) คำว่า สโมสรหรือสมาคม ท่านให้พึงเข้าใจว่า คณะคนที่มารวมกันเข้าเพื่อกระทำความมุ่งหมายแห่งคณะนั้นให้สำเร็จ ความมุ่งหมายนี้ต้องชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย

๖) คำว่า ร้านการเล่น ท่านให้เข้าใจว่าสถานที่ใด ๆ ซึ่งเจ้าของจัดให้มีการเล่นไม่ว่าชนิดใด ด้วยความมุ่งหมายให้คนอื่นมาเล่นโดยเก็บเงินหรือประโยชน์อื่นจากผู้ที่เล่น หรือด้วยความมุ่งหมายให้เล่นเป็นการพนันดังนี้ เช่น โรงบิลเลียด เป็นต้น

การเล่นโดยลักษณะที่กล่าวนี้ แม้จัดขึ้นในเคหะสถานบ้านเรือนตนเองก็ดี ท่านให้ฟังว่าเป็นร้านการเล่นตามความแห่งกฎนี้

 

หมวดที่ ๔

ว่าด้วยการจดทะเบียน

                  

 

มาตรา ๘  ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดในกรมต่าง ๆ จัดเจ้าพนักงานไว้เป็นผู้ถือทะเบียนอนุญาตให้ข้าราชการในบังคับบัญชาของตนทำการค้าขายประเภทหนึ่ง ให้เข้าเป็นสมาชิกแห่งสมาคมประเภทหนึ่ง กล่าวคือ ให้มีที่กระทรวงวังแห่งหนึ่งที่ทำการสภาจางวางมหาดเล็กแห่งหนึ่ง ที่กรมราชเลขานุการแห่งหนึ่ง ที่กรมพระคลังข้างที่แห่งหนึ่ง กับให้เสนาบดีจัดตั้งเจ้าพนักงานไว้คนหนึ่งเป็นนายทะเบียนใหญ่สำหรับพระราชสำนักทั่วไป

 

มาตรา ๙  ในสมุดทะเบียนอนุญาตให้ทำการค้าขายนั้น ให้มีรายการ ดังต่อไปนี้

๑ ยศ บรรดาศักดิ์

๒ นามเดิม

๓ นามสกุล

๔ ตำแหน่งราชการ

๕ อายุปีเกิด

๖ ลักษณะของการค้าขายที่ทำ

๗ ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ใครเป็นผู้จัดการ ใครเป็นกรรมการ

๘ สำนักงานที่ทำ

 

มาตรา ๑๐  ในสมุดทะเบียนอนุญาตให้เป็นสมาชิกแห่งสมาคมนั้น ให้มีรายการดังต่อไปนี้

๑ ยศ บรรดาศักดิ์

๒ นามเดิม

๓ นามสกุล

๔ ตำแหน่งราชการ

๕ อายุปีเกิด

๖ ความมุ่งหมายของสมาคม

๗ ใครเป็นนายกและกรรมการ

๘ สำนักของสมาคม

 

มาตรา ๑๑  บทกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการใน พระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ซึ่งบังคับไว้ด้วยหน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนนั้น ท่านให้พึงอนุโลมใช้ได้แก่หน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนในกฎนี้ตามที่ควรแก่บทนั้น ๆ

 

มาตรา ๑๒  บรรดาข้าราชการซึ่งทำการค้าขายอยู่แล้วก่อนประกาศใช้กฎนี้ ต้องรีบขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตน และจดทะเบียนที่เจ้าพนักงาน สำหรับกรมที่ตนสังกัดขึ้นอยู่ภายในวันเวลา ซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะกำหนดให้

 

มาตรา ๑๓  ผู้ที่ยังไม่ได้ทำการค้าขายอย่างใดเลย เมื่อขณะที่ประกาศใช้กฎนี้ ถ้าต่อไปเมื่อหน้ามีความประสงค์ที่จะทำการค้าขาย ท่านให้จัดการขออนุญาต จากผู้บังคับบัญชาสูงสุด และจดทะเบียนที่กรมสังกัดแล้ว จึงจะทำการค้าขายนั้นได้

 

มาตรา ๑๔  การเข้าห้างหุ้นส่วนใด ๆ ก็ดี การจับจองหุ้นของบริษัทใด ๆ ก็ดี ท่านให้ฟังว่าเป็นการทำการค้าขายตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ แห่งกฎนี้

 

มาตรา ๑๕  ภรรยาข้าราชการในพระราชสำนักกระทำการค้าขาย โดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวแล้ว ท่านให้ฟังว่าตัวข้าราชการนั้นเองเป็นผู้ค้าขาย เพราะสามีภริยากันท่านว่าย่อมเป็นทุนเดียวกันหรือได้รับประโยชน์ด้วยกัน

 

มาตรา ๑๖  ผู้ใดที่มีความประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกแห่งสโมสรหรือสมาคมใด ๆ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาสูงสุดและจดทะเบียนที่กรมตนสังกัดเสียก่อนแล้วจึงเข้าได้

 

มาตรา ๑๗  ผู้ที่เป็นสมาชิกแห่งสโมสรหรือสมาคมใดอยู่แล้วก่อนประกาศใช้กฎนี้ ต้องรีบขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตนและจดทะเบียนที่เจ้าพนักงานสำหรับกรมที่ตนสังกัดภายในวันเวลา ซึ่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะกำหนดให้

 

มาตรา ๑๘  ห้ามมิให้ข้าราชการในพระราชสำนักตั้งร้านการเล่นอย่างใด ๆ เป็นอันขาด นอกจากได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต

 

มาตรา ๑๙  ผู้ใดที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขาย หรือเข้าสมาคมใด ๆ และได้จดทะเบียนแล้ว ถ้ามีเหตุเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง คือทำการต่างลักษณะไปกับที่ทำอยู่แล้ว หรือเข้าสมาคมอื่นอีก ท่านบังคับว่าต้องได้รับอนุญาตและจดทะเบียนใหม่แล้วจึงทำได้

 

หมวดที่ ๕

ว่าด้วยการขออนุญาตและการให้อนุญาต

                  

 

มาตรา ๒๐  การขออนุญาตให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนเพื่อนำเสนอเป็นลำดับ และถ้าเมื่อใบอนุญาตยังไม่ตกมา ห้ามมิให้ไปทำการค้าขาย หรือเป็นสมาชิกแห่งสมาคมใดเป็นอันขาด

 

มาตรา ๒๑  ในหนังสือขอใบอนุญาตทำการค้าขาย ให้มีข้อความละเอียด คือ

๑ ยศ บรรดาศักดิ์

๒ นามเดิม

๓ นามสกุล

๔ ตำแหน่งราชการ

๕ อายุปีเกิด

๖ รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละเท่าใด

๗ ได้รับผลประโยชน์นอกจากทางราชการอย่างใดบ้าง

๘ ลักษณะของการค้าขายที่จะทำและสำนักงาน

๙ ใครเป็นผู้จัดการค้าขายนั้น ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ใครเป็น ผู้จัดการ ใครเป็นกรรมการ มีทุนเท่าใด วิธีจัดการเป็นอย่างไร

 

มาตรา ๒๒  ในหนังสือขอใบอนุญาตเข้าสโมสรหรือสมาคม ให้มีข้อความละเอียด คือ

๑ ยศ บรรดาศักดิ์

๒ นามเดิม

๓ นามสกุล

๔ ตำแหน่งราชการ

๕ อายุปีเกิด

๖ รับพระราชทานเงินเดือน ๆ ละเท่าใด

๗ ได้รับผลประโยชน์นอกจากทางราชการอย่างใดบ้าง

๘ ความมุ่งหมายของสมาคมและสำนักแห่งสมาคม

๙ ใครเป็นหัวหน้า ใครเป็นกรรมการและสมาชิก

 

มาตรา ๒๓  ระเบียบการที่จะพึงปฏิบัตินอกจากที่กล่าวแล้ว ในเรื่องการขอและการให้อนุญาตนั้น ท่านให้พึงอนุโลมใช้ตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๒ แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนักพระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ตามควรแก่บทนั้น ๆ

 

มาตรา ๒๔  ผู้มีหน้าที่จะอนุญาตนั้น เมื่อได้รับหนังสือขออนุญาตแล้วต้องพิจารณาให้เห็นชัดว่าผู้ขออนุญาตนั้น เป็นผู้ที่สมควรรับอนุญาตแล้ว จึงค่อยอนุญาตในข้อควรมิควรให้ถือเอาพระราชนิยมเป็นเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

๑ การค้าขายนั้นชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมายและไม่เป็นปรปักษ์กับลักษณะของผู้ที่เป็นสัมมาจารี

๒ การที่ผู้ขออนุญาตจะกระทำการค้าขายนั้นต้องไม่เสียประโยชน์แห่งราชการในหน้าที่

๓ การค้าขายที่ทำนั้นไม่เกี่ยวข้องกับร้านหรือบริษัท ซึ่งสำหรับส่งของซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ในราชการแห่งกรม ซึ่งผู้ขออนุญาตรับราชการอยู่ และมีอำนาจที่จะสั่งของสำหรับใช้ในราชการแห่งกรมนั้นได้

๔ ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ที่มีหลักฐานมั่นคงไม่เหลวไหล

๕ ถ้าขออนุญาตไปเข้าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ๆ นั้น ๆ ต้องมีหลักฐานมั่นคงดำเนินตามหลักการค้าขายที่ชอบ

๖ ถ้าเป็นการขอเข้าสมาคม ๆ นั้นต้องมีความมุ่งหมายที่ชอบและเป็นคุณแก่ผู้ที่ขออนุญาต

 

มาตรา ๒๕  ผู้ใดที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าขายอยู่แล้ว เมื่อได้มารับราชการในหน้าที่ ซึ่งตนมีอำนาจที่จะสั่งของสำหรับใช้ในราชการจากร้านหรือบริษัทซึ่งตนมีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ด้วยตามที่ว่าไว้ในข้อ ๓ แห่งมาตรา ๒๔ แล้ว ท่านว่าให้เลิกการค้าขายนั้นเสียเถิด

 

หมวดที่ ๖

การลงทัณฑ์และกำหนดโทษสำหรับความผิด

                  

 

มาตรา ๒๖  การลงทัณฑ์และชั้นความผิด ท่านให้เทียบใช้แก่กฎนี้ตามที่บังคับไว้ในมาตรา ๔๓ ถึงมาตรา ๕๐ แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยครอบครัวแห่งข้าราชการในพระราชสำนัก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ นั้น ทุกประการ

 

มาตรา ๒๗  ผู้ใดซึ่งทำการค้าขาย หรือเป็นสมาชิกแห่งสโมสร สมาคมใด ๆ อยู่แล้วก่อนประกาศใช้กฎนี้ มิได้รีบขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุด และจดทะเบียนที่เจ้าพนักงานสำหรับกรมที่ตนสังกัดภายในกำหนดวันเวลาตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๖ แล้ว ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดชั้นมัธยมกรรม ต้องระวางโทษชั้นมัธยมทัณฑ์

 

มาตรา ๒๘  ผู้ใดทำการค้าขาย หรือเข้าสโมสร สมาคมใด ๆ ภายหลังวันที่ประกาศใช้กฎนี้โดยมิได้รับอนุญาต ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดครุกรรม ต้องระวางโทษชั้นครุทัณฑ์

 

มาตรา ๒๙  ผู้ใดตั้งร้านการเล่น โดยมิได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามความในมาตรา ๑๗ แล้ว ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดชั้นครุกรรม ต้องระวางโทษชั้นครุทัณฑ์

ผู้ใดไปสำนัก ณ สถานที่ซึ่งตั้งการเล่นนั้น ท่านให้ฟังว่าผู้นั้นสมรู้ มีความผิด ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่ง

 

มาตรา ๓๐  ผู้ใดกล่าวความไม่จริงหรือที่ไม่รู้จริงต่อเจ้าพนักงานหรือ ผู้บังคับบัญชาด้วยข้อใดข้อหนึ่งอันเนื่องด้วยกฎนี้ ในส่วนตนเองก็ดี หรือในส่วนข้าราชการผู้อื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นกล่าวเท็จ มีความผิดชั้นลหุกรรมหรือมัธยมกรรม ต้องระวางโทษชั้นลหุทัณฑ์หรือมัธยมทัณฑ์ตามสมควรแก่เหตุผล

 

มาตรา ๓๑  ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และการที่กระทำนั้น เป็นการละเมิดบทกฎมณเฑียรบาลนี้หลายบทด้วยกัน ท่านว่าให้ใช้บทที่มีทัณฑ์หนักลงโทษแก่ผู้นั้น

 

มาตรา ๓๒  ผู้ใดกระทำความผิดหลายกระทง ท่านว่าผู้นั้นต้องมีโทษ ตามกระทงความผิดทุกระทง

 

มาตรา ๓๓  ผู้ใดละเมิดกฎนี้ด้วยข้อใดข้อหนึ่ง และเมื่อได้พ้นโทษแล้วไปกระทำความผิดขึ้นอีก ท่านว่าผู้นั้นไม่เข็ดหลาบ

ผู้ใดไม่เข็ดหลาบ ท่านว่าผู้นั้นต้องรับโทษเป็นทวีคูณ

 

ประกาศมา ณ วันที่ ๑ กันยายน พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ เป็นวันที่ ๑๓๙๑ ในรัชกาลปัจจุบันนี้

 



[๑] รก.๒๔๕๗/-/๓๖๗/๑ กันยายน ๒๔๕๗