ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การ ใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัด ให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง (ฉบับ Update ล่าสุด)

Download PDF
อ้างอิงจาก - พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การ

ใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัด

ให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

                  

 

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๙ กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑  ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๑ เรื่องกำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก และการจ่ายค่าจ้าง และประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๑ เรื่องการจัดให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

 

ข้อ ๒  ภายใต้บังคับส่วนที่ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับแก่งานอุตสาหกรรม หรืองานพาณิชยกรรมที่ใช้ลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป

 

ข้อ ๓[๑]  ในประกาศนี้

งานอุตสาหกรรม หมายความถึง

(๑) การทำเหมืองแร่ เหมืองหิน หรือกิจการอื่นใดที่เกี่ยวกับการขุดค้นแร่ธาตุ

(๒) การผลิต เปลี่ยนแปลง ประกอบ ทำความสะอาด ซ่อมแซม ตบแต่ง ทำให้สำเร็จรูป สงวนรักษา ดัดแปลงเพื่อจำหน่าย ทำให้แตกหัก รื้อถอนหรือแปรรูปซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สินและรวมถึงการต่อเรือ การให้กำเนิดแปลงและจ่ายไฟฟ้า หรือพลังงานอย่างอื่น

(๓) การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง บำรุงรักษา ซ่อมแซม ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร ทางรถไฟ ทางรถราง ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำในประเทศ ถนน อุโมงค์สะพาน ท่อระบายน้ำ บ่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ หรือประปา หรืองานก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐานของงานก่อสร้างหรือโครงสร้างนั้นๆ หรือ

(๔) การขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าทางถนน รถไฟ ทางน้ำในประเทศหรือทะเล รวมทั้งการขนถ่ายสินค้าที่อู่เรือ ที่เทียบเรือ สะพานเทียบเรือ ท่าเรือ หรือโรงพักสินค้า

งานพาณิชยกรรม[๒] หมายความถึง

(๑) การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน การให้เช่า การให้เช่าซื้อ การรับจ้างทำของ การให้ยืม การรับฝาก การรับจำนำ การรับจำนอง การเก็บของในคลังสินค้า การธนาคาร การโอนหรือจัดส่งเงิน การรับประกันภัย หรือบริการที่เรียกค่าตอบแทน

(๒) งานในสำนักงาน ซึ่งรวมถึง งานจัดการ งานวิทยาการ งานวิชาชีพ งานเสมียนพนักงาน หรืองานธุรการอื่น ทั้งนี้ หากการทำงานส่วนใหญ่ทำอยู่ในสำนักงาน

(๓) กิจการที่มีลักษณะผสมระหว่างงานอุตสาหกรรมและงานพาณิชยกรรม เว้นแต่ส่วนใหญ่ของกิจการนั้นเป็นงานอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงงานอันเป็นกิจกรรมโดยเฉพาะของสถานพยาบาล สโมสร สมาคม สถานสงเคราะห์เพื่อการกุศล มูลนิธิ โรงเรียนราษฎร์ หอพัก ร้านขายอาหาร หรือร้านขายเครื่องดื่ม

นายจ้าง หมายความถึง บุคคลซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงาน โดยจ่ายค่าจ้างให้

ลูกจ้าง หมายความถึง บุคคลซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้าง เพื่อรับค่าจ้างในงานอุตสาหกรรมหรืองานพาณิชยกรรม แต่ไม่รวมถึง

(๑) ข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(๒) ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น

(๓) ลูกจ้างของกระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า ของสำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งนี้ เว้นแต่ลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือของหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

(๔) ลูกจ้างทำงานรับใช้ในบ้าน

ลูกจ้างประจำ หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้เป็นการประจำ ไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะกำหนดเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน รายชั่วโมง รายระยะเวลาอย่างอื่น หรือกำหนดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้

ลูกจ้างชั่วคราว หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างไว้ไม่เป็นการประจำ เพื่อทำงานอันมีลักษณะไม่สม่ำเสมอ เป็นการจร เป็นครั้งคราว หรือเป็นไปตามฤดูกาล ไม่ว่าค่าจ้างนั้นจะกำหนดเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ รายวัน รายชั่วโมง รายระยะเวลาอย่างอื่น หรือกำหนดตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ทั้งนี้ โดยมีระยะเวลาทำงานติดต่อกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันอันรวมถึง วันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม วันหยุดงานพักผ่อนประจำปี วันหยุดพักรักษาตัว และวันลาหยุดที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง

ถ้าพ้นระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ลูกจ้างนั้นเป็นลูกจ้างประจำ นับแต่วันถัดจากวันครบระยะเวลานั้นเป็นต้นไป

ลูกจ้างรายเดือน หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้โดยกำหนดค่าจ้างเป็นรายเดือน อันรวมถึงค่าจ้างในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม วันหยุดงานพักผ่อนประจำปี วันหยุดพักรักษาตัว และในวันลาหยุดที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง

ลูกจ้างรายสัปดาห์ หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้ โดยกำหนดค่าจ้างเป็นรายสัปดาห์ อันรวมถึงค่าจ้างในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม วันหยุดงานพักผ่อนประจำปี วันหยุดพักรักษาตัว และในวันลาหยุดที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้าง

ลูกจ้างรายวัน หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้โดยกำหนดค่าจ้างเป็นรายวัน

ลูกจ้างรายชั่วโมง หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้โดยกำหนดค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง

ลูกจ้างตามผลงาน หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายค่าจ้างให้โดยกำหนดค่าจ้างตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้

ลูกจ้างผู้บังคับบัญชา หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของนายจ้างเกี่ยวกับลูกจ้างอื่น ในเรื่องการจ้าง ย้าย พักงาน เลิกจ้าง ให้กลับเข้าทำงาน มอบงานให้ทำ ให้บำเหน็จความชอบ ลงโทษทางวินัย หรือวินิจฉัยคำร้องทุกข์ ทั้งนี้ โดยมีอิสระในการใช้ดุลพินิจของตนเอง

ลูกจ้างทดลองงาน หมายความถึง ลูกจ้างซึ่งนายจ้างตกลงจ้างเป็นลูกจ้างประจำ โดยแจ้งเงื่อนไขให้ทราบอย่างชัดเจนว่า ให้ทดลองปฎิบัติงานในระยะเวลาหนึ่งติดต่อกันซึ่งกำหนดไว้แน่นอน แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และลูกจ้างยังอยู่ในระยะเวลาที่กำหนดไว้นั้น

ค่าจ้าง หมายความถึง สินจ้างที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้างไม่ว่าสินจ้างนั้นจะเรียกชื่อ กำหนด คำนวณ หรือจ่ายอย่างไรก็ตาม แต่ไม่รวมค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด โบนัส หรือผลประโยชน์อย่างอื่นที่มีลักษณะเป็นการสงเคราะห์ลูกจ้าง

ค่าล่วงเวลา หมายความถึง เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานปกติ

ค่าล่วงเวลาในวันหยุด หมายความถึง เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างซึ่งทำงานในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี

เงินชดเชย หมายความถึง เงินที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างอยู่ก่อนแล้ว

เลิกจ้าง หมายความถึง การให้ลูกจ้างออกจากงานด้วยการให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก และรวมถึงการที่นายจ้าง

(๑) ไม่ยินยอมให้ลูกจ้างปฎิบัติงานและไม่จ่ายค่าจ้างให้

(๒) ให้ลูกจ้างพักงานชั่วคราวและไม่จ่ายค่าจ้างให้เกินสิบห้าวัน หรือ

(๓) ลดค่าจ้างปกติของลูกจ้างโดยมิได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เว้นแต่เป็นการลดอันเนื่องจากลูกจ้างกระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

วันหมายความถึง ระยะเวลาเริ่มตั้งแต่ลูกจ้างเข้าทำงานเป็นต้นไปจนครบยี่สิบสี่ชั่วโมงติดต่อกัน

วันทำงานปกติ หมายความถึง วันที่ลูกจ้างมาทำงาน โดยไม่รวมวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม และวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี

เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงาน หมายความถึง เจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง เพื่อปฎิบัติการตามประกาศนี้

เจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต หมายความถึง เจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติตามประกาศนี้

 

ส่วนที่ ๑

การใช้แรงงานทั่วไป

                  

 

หมวด ๑

เวลาทำงาน

                  

 

ข้อ ๔  เวลาทำงานของลูกจ้างให้กำหนด ดังนี้

(๑) งานอุตสาหกรรม โดยปกติจะเกินสัปดาห์ละสี่สิบแปดชั่วโมงไม่ได้

งานอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรือร่างกายของลูกจ้าง ห้ามมิให้เกินสัปดาห์ละสี่สิบสองชั่วโมง

งานใด เป็นงานอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรือร่างกายของลูกจ้างให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

(๒) งานพาณิชยกรรม โดยปกติจะเกินสัปดาห์ละห้าสิบสี่ชั่วโมงไม่ได้

 

ข้อ ๕  ให้ลูกจ้างมีเวลาหยุดพักผ่อนติดต่อกันไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งชั่วโมง เวลาพักผ่อนนี้ให้กำหนดหลังจากที่ลูกจ้างได้ทำงานมาแล้วในวันนั้นไม่เกินห้าชั่วโมงและไม่ให้นับรวมเป็นเวลาทำงาน

นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันให้มีเวลาพักผ่อนน้อยกว่าครั้งละหนึ่งชั่วโมงก็ได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่าครั้งละยี่สิบนาทีและเมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง

ความในสองวรรคก่อน มิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ลูกจ้างต้องทำงานในหน้าที่อันมีลักษณะที่ลูกจ้างอาจมีเวลาพักผ่อนไปได้ในตัว โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว

 

หมวด ๒

วันหยุดงาน

                  

 

ข้อ ๖[๓]  (ยกเลิก)

 

ข้อ ๗[๔]  นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างหยุดงานตามประเพณีนิยมปีละไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันที่ ๑ พฤษภาคมด้วย ส่วนวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันอื่น ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

ถ้าวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันใดตรงกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ให้เลื่อนวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันนั้นไปหยุดในวันถัดไป

 

ข้อ ๘[๕]  ในกรณีที่มีการจ้างลูกจ้างประจำใดติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี ลูกจ้างประจำนั้นมีสิทธิหยุดงานพักผ่อนประจำปีได้ปีละไม่น้อยกว่าหกวันทำงานปกติ โดยให้นายจ้างกำหนดให้ผลัดเปลี่ยนกันหยุด

นายจ้างกับลูกจ้างประจำอาจตกลงสะสมวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีอื่นก็ได้

 

ข้อ ๙[๖]  ในกรณีที่เป็นงานอันมีลักษณะที่จะต้องทำติดต่อกันไปโดยจะหยุดเสียมิได้หรือเป็นงานฉุกเฉิน ซึ่งทั้งนี้ถ้าจะให้ลูกจ้างหยุดงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี จะเสียหายแก่งานของนายจ้าง นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดนั้นเท่าที่จำเป็นก็ได้

การให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีได้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

 

ข้อ ๑๐[๗]  ลูกจ้างมีสิทธิหยุดพักรักษาตัวได้ปีละไม่เกินสามสิบวันทำงานปกติ

การหยุดพักรักษาตัวแต่ละครั้ง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ถ้าไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง

ถ้านายจ้างจัดแพทย์ไว้ให้แล้ว ให้ใช้แพทย์ดังกล่าว เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้

ค่าใบรับรองแพทย์ ให้นายจ้างเป็นผู้ออก

สิทธิในการหยุดพักรักษาตัวดังกล่าวแล้วให้ใช้ได้เฉพาะปี และเพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้คำว่าปีนั้นให้นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน

 

หมวด ๓

การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุด

                  

 

ข้อ ๑๑[๘]  นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม ตามข้อ ๗ หรือซึ่งหยุดงานในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี ตามข้อ ๘ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติ

 

ข้อ ๑๑ ทวิ[๙]  นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดพักรักษาตัวตามข้อ ๑๐ ในอัตราไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าจ้างในวันทำงานปกติตลอดเวลาที่หยุดพักรักษาตัว

นายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดพักรักษาตัวเท่าที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับในระหว่างหยุดพักรักษาตัว

ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างต้องตกลงจ่ายในอัตรามากกว่านั้นอยู่แล้ว

ความในข้อนี้ ให้ใช้บังคับเฉพาะกรณีการจ่ายค่าจ้างและค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างประจำรายวัน ลูกจ้างประจำรายชั่วโมง ลูกจ้างประจำตามผลงาน และลูกจ้างประจำรายระยะเวลาอย่างอื่นซึ่งมิใช่ลูกจ้างประจำรายเดือนและลูกจ้างประจำรายสัปดาห์

 

ข้อ ๑๒[๑๐]  ลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินค่าทดแทนตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทน ตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทนแล้ว นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างและค่ารักษาพยาบาล ตามข้อ ๑๑ ทวิ

 

ข้อ ๑๓[๑๑]  ถ้าให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานในข้อ ๔ (๑) วรรคแรก หรือ (๒) หรือเกินกำหนดเวลาทำงานที่ตกลงกัน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ลูกจ้าง ดังนี้

(๑) ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ่างในชั่วโมงทำงานตามปกติ ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกิน

(๒) ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้างในชั่วโมงทำงานปกติ ตามผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกิน

กำหนดเวลาทำงานดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมจำนวนชั่วโมงทำงาน ในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม และวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี ไม่ว่าลูกจ้างจะมาทำงานในวันนั้นหรือไม่ก็ตามและไม่นับรวมวันหยุดพักรักษาตัวและวันลาหยุดที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้างด้วย

 

ข้อ ๑๔[๑๒]  ลูกจ้างซึ่งทำงานต่อไปนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ ๑๓

(๑) งานของลูกจ้างผู้บังคับบัญชา

(๒) งานวิทยาการหรืองานของผู้เชี่ยวชาญ

(๓) งานในหน้าที่ซึ่งต้องรักษาความลับและต้องใช้ความไว้วางใจโดยเฉพาะ

(๔) งานขบวนการจัดงานรถไฟ

(๕) งานขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์

(๖) งานขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าทางน้ำในประเทศหรือทะเล

(๗) งานข่ายทางสายหรือชุมสาย โทรเลข โทรศัพท์ หรือวิทยุคมนาคม

(๘) งานขุดลอกร่องน้ำ

(๙) งานเปิดปิดประตูน้ำ ประตูระบายหรืออ่างเก็บน้ำ

(๑๐) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ

(๑๑) งานดูแลรักษาคลองหรือคันคลอง คันกั้นน้ำหรือทำนบ

(๑๒) งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่

(๑๓) งานดับเพลิง หรือ

(๑๔) งานที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ทำงานโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน

ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง

 

ข้อ ๑๕[๑๓]  (ยกเลิก)

 

ข้อ ๑๖[๑๔]  ถ้าให้ลูกจ้างประจำดังต่อไปนี้ทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยมหรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี นาจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ ดังนี้

(๑)  ลูกจ้างรายเดือน ลูกจ้างรายสัปดาห์ ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมง หรือลูกจ้างรายระยะเวลาอย่างอื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างเป็นรายวันหรือเป็นรายชั่วโมง

(๒)  ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันนั้น

 

ข้อ ๑๖ ทวิ[๑๕]  ถ้าให้ลูกจ้างชั่วคราวดังต่อไปนี้ทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ ดังนี้

(๑) ลูกจ้างรายเดือนหรือลูกจ้างรายสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ โดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างเป็นรายวันหรือเป็นรายชั่วโมง

(๒) ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมง หรือลูกจ้างรายระยะเวลาอย่างอื่น ไม่น้อยกว่าสองเท่าของค่าจ้างในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติ

(๓) ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าสองเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันนั้น

 

ข้อ ๑๗[๑๖]  ลูกจ้างผู้บังคับบัญชาไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๖ ทวิ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างนั้น

 

ข้อ ๑๘[๑๗]  ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ หรือตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๖ ทวิ ก็ให้เป็นไปตามนั้น

 

ข้อ ๑๙  ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดต้องจ่ายเป็นเงินตราไทยถ้าจะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินตราต่างประเทศต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

 

ข้อ ๒๐  ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดทั้งหมดหรือแต่บางส่วนด้วยบัตร หรือสิ่งของอื่นใดแทนเงินดังกล่าวนั้น เว้นแต่ในงานบางอย่างที่มีประเพณีนิยมและเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง ให้จ่ายค่าจ้างบางส่วนเป็นสิ่งของได้ แต่สิ่งของนั้นจะต้องมีจำนวนไม่เกินสมควรและเป็นประโยชน์ในการอุปโภคหรือบริโภคของลูกจ้างและของครอบครัวของลูกจ้าง

 

ข้อ ๒๑  ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเพื่อการอื่น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติหรือที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันไว้ก่อน

 

ข้อ ๒๒  นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง ณ สถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน ถ้าจะจ่าย ณ สถานที่อื่นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ณ สถานที่ขายเครื่องดื่ม อาหาร หรือสิ่งของอื่นใด เว้นแต่ลูกจ้างทำงาน ณ สถานที่ดังกล่าวนั้น

 

ข้อ ๒๓  ในการกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถือคุณภาพและปริมาณของงานเป็นเกณฑ์งานอันมีลักษณะและสภาพอย่างเดียวกันให้กำหนดเท่ากันไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นชายหรือหญิง

 

ข้อ ๒๔ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

(๑) ไม่เกินเจ็ดวันต่อหนึ่งครั้ง ในกรณีที่คำนวณเป็นรายชั่วโมง รายวันหรือรายสัปดาห์

(๒) ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายปักษ์

(๓) ไม่เกินเดือนละหนึ่งครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายเดือน หรือ รายปี หรือ

(๔) ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณตามผลของงาน

ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกำหนดเวลาหรือมีประเพณีกันเป็นอย่างอื่น

 

ข้อ ๒๕ ถ้านายจ้างผิดนัดในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี

ถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวัน

ถ้านายจ้างพร้อมที่จะชำระเงินดังกล่าวในสองวรรคก่อนและได้นำไปมอบไว้ต่อผู้อำนวยการส่วนแรงงาน กรมประชาสงเคราะห์ สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี การจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มสำหรับเวลาต่อไปให้เป็นอันระงับแต่วันที่นายจ้างนำเงินดังกล่าวนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มไปมอบไว้เป็นต้นไป[๑๘]

 

ข้อ ๒๖[๑๙]  ถ้าเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีตามส่วนให้แก่ลูกจ้างนั้นซึ่งมีสิทธิตาม ข้อ ๑๑ ด้วย

 

หมวด ๔

เงินชดเชย

                  

 

ข้อ ๒๗[๒๐]  ถ้าเลิกจ้างลูกจ้างประจำซึ่งได้จ้างติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นายจ้างต้องชี้แจงเหตุเลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบ และต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นเท่ากับค่าจ้างไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายให้มากกว่ากำหนดดังกล่าวนี้อยู่แล้ว เงินชดเชยให้คำนวณตามค่าจ้างอัตราสุดท้าย

ความในข้อนี้ มิให้ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานและลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาจ้างแน่นอน

 

ข้อ ๒๘[๒๑]  นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๒๗ ถ้าเลิกจ้างลูกจ้างประจำด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้

(๑) ลูกจ้างกระทำผิดโดยจงใจหรือโดยประมาทเลินเล่อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

(๒) ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย อันอาจเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

(๓) ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานปกติติดต่อกันหรือกว่านั้นขึ้นไป โดยมีเหตุผลอันสมควร

(๔) ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่

(๕) ลูกจ้างได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

 

ส่วนที่ ๒

การใช้แรงงานหญิงและเด็ก

                  

 

ข้อ ๒๙  ความในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่งานอุตสาหกรรมหรืองานพาณิชยกรรมที่ใช้หญิงหรือเด็กเป็นลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นงานพาณิชยกรรมที่อยู่ในข้อยกเว้นตามข้อ ๓ หรือไม่ก็ตาม

 

ข้อ ๓๐  เพื่อประโยชน์ในการตรวจตราและการควบคุมการใช้แรงงานหญิงและเด็กให้เป็นไปตามความในส่วนนี้ ให้นำความในส่วนที่ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

หมวด ๑

การใช้แรงงานหญิง

                  

 

ข้อ ๓๑  ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงานดังต่อไปนี้

(๑) งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

(๒) งานที่ต้องทำบนนั่งร้านซึ่งสูงกว่าพื้นดินสิบเมตรขึ้นไป

(๓) งานใช้เลื่อยวงเดือน

(๔) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ

(๕) งานเหมืองแร่ที่ต้องทำใต้ดิน เว้นแต่งานในหน้าที่เกี่ยวกับงานในสำนักงานหรืองานเกี่ยวกับอนามัยหรือสวัสดิการ หรือ

(๖) งานอื่นๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

 

ข้อ ๓๒ ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงาน ยก แบก หาบ หาม ทูน ลาก หรือ เข็นของหนักเกินอัตราน้ำหนักที่กำหนดดังต่อไปนี้

(๑) สามสิบกิโลกรัม สำหรับการยก แบก หาบ หาม ทูนหรือลากของในที่ราบ

(๒) ยี่สิบห้ากิโลกรัม สำหรับการยก แบก หาบ หาม ทูนหรือลากของซึ่งต้องขึ้นบันไดหรือที่สูง

(๓) หกร้อยกิโลกรัม สำหรับการเข็นของที่ต้องบรรทุกล้อเลื่อนที่ใช้ราง หรือ

(๔) สามร้อยกิโลกรัม สำหรับการเข็นของที่ต้องบรรทุกล้อเลื่อนที่ไม่ใช้ราง

 

ข้อ ๓๓  ห้ามมิให้นายจ้างใช้หญิงเป็นลูกจ้างทำงานในสถานที่ทำงานและในระหว่างเวลาดังต่อไปนี้

(๑) งานอุตสาหกรรม ในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา และ ๐๖.๐๐ นาฬิกา

(๒) งานพาณิชยกรรม ในระหว่างเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา และ ๐๖.๐๐ นาฬิกา

เว้นแต่งานอันมีลักษณะที่จะต้องทำติดต่อกันไป หรือเป็นงานกะ หรือเป็นงานซึ่งตามลักษณะและสภาพที่จะต้องทำในระหว่างเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ในเมื่อได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตแล้ว

 

ข้อ ๓๔  ห้ามมิให้นายจ้างรับหญิงซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีที่ยังมิได้ทำการสมรสเป็นลูกจ้างทำงานในสโมสรราตรี สถานเต้นรำ สถานฝึกสอนเต้นรำ สถานขายและเสพสุรา สถานอาบนวด โรงแรมหรือสถานที่อื่นๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

 

ข้อ ๓๕  ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ถ้าได้นำใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งมาแสดง มีสิทธิหยุดงานสามสิบวันก่อนวันคลอด และสามสิบวันภายหลังวันคลอด

ถ้าหญิงนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ก็ให้มีสิทธิได้รับค่าจ้างเท่ากับอัตราที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อนี้ ให้รวมวันหยุดงานซึ่งหญิงนั้นมีสิทธิหยุดงานตามประกาศนี้ และวันหยุดงานอื่นซึ่งนายจ้างยินยอมให้หญิงนั้นหยุดเข้าด้วย

 

ข้อ ๓๖  ถ้าหญิงมีสิทธิหยุดงานตามข้อ ๓๕ ยังไม่สามารถทำงานได้ และมีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงว่า การเจ็บป่วยนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการคลอดและไม่สามารถทำงานได้ ก็ให้มีสิทธิหยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างอีกไม่เกินสามสิบวัน

 

ข้อ ๓๗  หากมีความจำเป็นและมีใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง แสดงว่าหญิงนั้นไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้ ก็ให้มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่ให้ใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อความเหมาะสมก่อนหรือภายหลังวันคลอดได้ ทั้งนี้ ให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานให้แก่หญิงนั้นตามสมควร

 

ข้อ ๓๘  ในกรณีที่ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ หรือข้อ ๓๗ ให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง

 

หมวด ๒

การใช้แรงงานเด็ก

                  

 

ข้อ ๓๙  ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบสองปีเป็นลูกจ้าง

 

ข้อ ๔๐  ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบสี่ปีเป็นลูกจ้าง เว้นแต่งานนั้นเป็นงานเบา หรือเป็นงานที่ใช้บุคคลในครอบครัวทำซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยและความเจริญเติบโตของร่างกายและเวลาทำงานนั้นไม่ใช่เวลาเรียนตามปกติ ทั้งไม่เป็นการขัดต่อการศึกษาเล่าเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการประถมศึกษา

งานใดเป็นงานเบา ให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

 

ข้อ ๔๑  ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบหกปีเป็นลูกจ้าง เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๔๐ หรือเด็กนั้นได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาตแล้ว

 

ข้อ ๔๒  ในการขออนุญาตเป็นลูกจ้างตามข้อ ๔๑ ให้เด็กนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต

(๑) เอกสารแสดงหน้าที่การงาน กำหนดชั่วโมงทำงานและอื่นๆ ที่นายจ้างออกให้

(๒) เอกสารแสดงอายุของเด็ก

(๓) ใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งแสดงความสมบูรณ์ของร่างกายว่าสามารถทำงานได้

(๔) เอกสารแสดงความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และ

(๕) ใบรับรองของโรงเรียน แสดงเวลาเรียนและผลการศึกษา

 

ข้อ ๔๓ ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสองปีขึ้นไป แต่ยังไม่มีถึงสิบสี่ปีเป็นลูกจ้างทำงานเกินวันละหกชั่วโมง

 

ข้อ ๔๔  ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบสี่ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานเกินวันละแปดชั่วโมง

 

ข้อ ๔๕  ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานในสถานที่ทำงานและในระหว่างเวลาดังต่อไปนี้

(๑) งานอุตสาหกรรม ในระหว่างเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกาและ ๐๖.๐๐ นาฬิกา

(๒) งานพาณิชยกรรม ในระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกาและ ๐๖.๐๐ นาฬิกา

เว้นแต่ในกรณีที่เด็กนั้นเป็นผู้แสดงภาพยนตร์ ละครหรือการแสดงอย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน

 

ข้อ ๔๖  ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบหกปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปีเป็นลูกจ้างทำงานดังต่อไปนี้

(๑) งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

(๒) งานที่ต้องทำใต้ดินหรือใต้น้ำ

(๓) งานผลิตหรือขนส่งวัตถุเคมีที่เป็นอันตราย วัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ

(๔) งานเกี่ยวกับกัมมันตรังสี หรือ

(๕) งานอื่นๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

 

ข้อ ๔๗  ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบหกปีเป็นลูกจ้างทำงานตามข้อ ๔๖ และงานดังต่อไปนี้

(๑) งานใช้เครื่องจักรหรือเครื่องยนต์

(๒) งานใช้ปั้นจั่นหรืองานใช้เครื่องยกของ

(๓) งานดับเพลิง

(๔) งานที่ต้องทำบนนั่งร้าน หรือ

(๕) งานอื่นๆ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนด

 

ข้อ ๔๘  ห้ามมิให้นายจ้างใช้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี

 

ส่วนที่ ๓

สวัสดิการ

                  

 

ข้อ ๔๙  นายจ้างต้องจัดให้มีน้ำสะอาดสำหรับดื่ม ห้องน้ำ ส้วม และเครื่องใช้อันจำเป็นสำหรับสุขภาพและอนามัยดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินสิบห้าคน น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าหนึ่งที่ ห้องน้ำและส้วมไม่น้อยกว่าอย่างละหนึ่งที่

(๒) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินสี่สิบคน น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าหนึ่งที่ ห้องน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งที่และส้วมไม่น้อยกว่าสองที่

(๓) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานไม่เกินแปดสิบคน น้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าสองที่ ห้องน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งที่และส้วมไม่น้อยกว่าสามที่

(๔) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทำงานเกินแปดสิบคนขึ้นไป น้ำสะอาดสำหรับดื่ม ห้องน้ำและส้วมเพิ่มขึ้นอีกอย่างละหนึ่งที่สำหรับจำนวนลูกจ้างทุกๆ ห้าสิบคน เศษของห้าสิบคนถ้าเกินยี่สิบห้าคนให้ถือเป็นห้าสิบคน

(๕) สถานที่ทำงานที่มีลูกจ้างทั้งชายและหญิง ห้องน้ำและส้วมสำหรับหญิงไว้โดยเฉพาะตามสมควร

ส้วมต้องจัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และให้มีกระดาษชำระหรือน้ำตามสมควร

 

ข้อ ๕๐  นายจ้างต้องจัดให้มีแพทย์ พยาบาล อุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลหรือปัจจัยในการปฐมพยาบาลตามความจำเป็นของสภาพของงาน เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างได้ทันท่วงทีเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่ทำงาน อุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมที่มีลูกจ้างทำงานตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องมีปัจจัยในการปฐมพยาบาล คือ

(ก) สายยางรัดห้ามเลือด

(ข) กรรไกร

(ค) สำลี ผ้าชะแผล ผ้าพันแผล และผ้ายางปลาสเตอร์

(ฆ) ถ้วยตวงยา

(ง) ถ้วยล้างตา

(จ) หลอดหยดยา

(ฉ) ถ้วยน้ำ

(ช) ที่ป้ายยา

(ซ) เข็มกลัด

(ฌ) ยาแดงใส่แผล ยาเหลืองใส่แผล หรือทิงเจอร์ไอโอดิน

(ญ) อัลกอฮอล์เอธิลบริสุทธิ์ ๗๐%

(ฎ) ยาแก้ไฟไหม้น้ำร้อนลวก

(ฏ) น้ำกรดบอริคล้างตา

(ฐ) แอมโมเนียหอม

(ฑ) ยาแก้ปวดหัวตัวร้อน

(ฒ) ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร

(ณ) ยาธาตุน้ำขาว

(ด) ยาธาตุน้ำแดง

(ต) โซดาไบคาร์บอเนต และ

(ถ) วาสลินขาว

(๒) สถานที่ทำงานอุตสาหกรรม นอกจากปัจจัยในการปฐมพยาบาลตาม (๑) แล้ว ต้องจัดให้มีห้องรักษาพยาบาล พยาบาลและแพทย์ ดังต่อไปนี้

ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่สองร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี

(ก) ห้องรักษาพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งห้องและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล และ

(ข) พยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน

ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่ห้าร้อยคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี

(ก) ห้องรักษาพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งห้องและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล

(ข) พยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคน และ

(ค) แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อตรวจรักษาพยาบาลเป็นครั้งคราว

ถ้ามีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งพันคนขึ้นไป ต้องจัดให้มี

(ก) สถานพยาบาลและเวชภัณฑ์อันจำเป็นเพียงพอแก่การรักษาพยาบาล

(ข) พยาบาลอย่างน้อยสองคน และ

(ค) แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งไว้ประจำอย่างน้อยหนึ่งคน

 

ข้อ ๕๑  การใช้ลูกจ้างทำงานอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยหรือร่างกายของลูกจ้างตามข้อ ๔ (๑) วรรคสอง นายจ้างต้องจัดให้มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งตรวจร่างกายของลูกจ้างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และต้องจัดให้มีหลักฐานการตรวจร่างกายของลูกจ้างแต่ละคนเก็บไว้ในสถานที่ทำงานพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานตรวจได้ทุกโอกาส

 

ข้อ ๕๒  ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามส่วนนี้ให้นายจ้างเป็นผู้ออก

 

ส่วนที่ ๔

การตรวจตราและการควบคุม

                  

 

ข้อ ๕๓  นายจ้างต้องจัดให้มีหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้าง และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเก็บไว้ในสถานที่ทำงานพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานตรวจได้ทุกโอกาส

หลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างให้นายจ้างเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี

 

ข้อ ๕๔[๒๒]  หลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้าง ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อตัวและชื่อสกุล

(๒) เพศ

(๓) วันเดือนปีเกิด

(๔) ตำแหน่งหน้าที่

(๕) เป็นลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว

(๖) วันเดือนปีที่เข้าทำงานและออกจากงาน

(๗) เวลาเริ่มและเลิกจากงานของแต่ละวัน

(๘) ค่าจ้าง และ

(๙) วันเดือนปีที่จ่ายค่าจ้าง

ถ้ามีการทำงานล่วงเวลาหรือการทำงานในวันหยุด ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) จำนวนชั่วโมงที่ทำงานล่วงเวลา

(๒) จำนวนชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด

(๓) ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด และ

(๔) วันเดือนปีที่จ่ายค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด

 

ข้อ ๕๕  ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ต้องกำหนดข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดเวลาทำงานปกติ

(๒) เวลาหยุดพักผ่อน

(๓) วันหยุดงานประจำสัปดาห์

(๔) วันหยุดงานตามประเพณีนิยม

(๕) วันหยุดงานพักผ่อนประจำปี

(๖) ระเบียบการลา

(๗) วินัยของลูกจ้าง และ

(๘) วิธีการเกี่ยวกับการร้องทุกข์

ถ้ามีการทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดก็ให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุดไว้ด้วย

ทั้งนี้ ให้นายจ้างประกาศโดยเปิดเผยหรือมีไว้ให้ลูกจ้างได้ทราบ ณ สถานที่ทำงาน

 

ข้อ ๕๖  เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจเข้าไปในสถานที่ทำงานระหว่างเวลาทำงาน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนายจ้างหรือลูกจ้าง และตรวจตราให้การปฏิบัติได้เป็นไปตามประกาศนี้ได้

ในกรณีที่เข้าไปในสถานที่ทำงาน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานแสดงบัตรประจำตัวและชี้แจงเหตุผลให้ทราบ นายจ้างต้องอำนวยความสะดวกและให้คำชี้แจงตามสมควร

 

ข้อ ๕๗  เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจเรียกนายจ้างหรือผู้แทนมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้นำหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างและเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องไปให้ตรวจ ณ สถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานได้

 

ข้อ ๕๘[๒๓]  ถ้ามีความจำเป็นและเมื่อได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการส่วนแรงงาน กรมประชาสงเคราะห์สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานมีอำนาจนำแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญเข้าไปในสถานที่ทำงาน เพื่อตรวจตราให้การปฏิบัติได้เป็นไปตามประกาศนี้ได้

 

ข้อ ๕๙[๒๔]  เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานต้องรายงานผลการตรวจเป็นหนังสือเสนอต่อผู้อำนวยการส่วนแรงงาน กรมประชาสงเคราะห์ สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่วันตรวจเสร็จ ถ้ามีการออกคำสั่งหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องรายงานให้ทราบทันที

รายงานผลการตรวจ ให้ถือเป็นความลับของทางราชการห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผย เว้นแต่เป็นการให้การต่อศาลหรือให้ถ้อยคำต่อทางราชการ

ข้อ ๖๐  เมื่อปรากฏว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานอาจให้คำเตือนเพื่อให้นายจ้างได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำเตือนเสียก่อนก็ได้

ถ้านายจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องตามคำเตือนแล้ว ให้ระงับการออกคำสั่ง

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป[๒๕]

 

 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑

นายพลตำรวจเอก ชาติตระการโกศล

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

รักษาการในหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑[๒๖]

 

ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง[๒๗]

 

ประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๐) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง[๒๘]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จารุวรรณ/แก้ไข

๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕

B+A (C)

 

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 



[๑] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๒] ข้อ ๓ นิยามคำว่า งานพาณิชยกรรม แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๑๐) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๓] ข้อ ๖ ยกเลิกโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๔] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๕] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๖] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๗] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๘] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๙] ข้อ ๑๑ ทวิ เพิ่มโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๐] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๑] ข้อ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๒] ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๓] ข้อ ๑๕ ยกเลิกโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๔] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๕] ข้อ ๑๖ ทวิ เพิ่มโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๖] ข้อ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๗] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๑๘] ข้อ ๒๕ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑

[๑๙] ข้อ ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๒๐] ข้อ ๒๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๒๑] ข้อ ๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๒๒] ข้อ ๕๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๗) เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง

[๒๓] ข้อ ๕๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑

[๒๔] ข้อ ๕๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัดให้มีสวัสดิการ เพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ฉบับลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑

[๒๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๕/ตอนที่ ๑๑๒/หน้า ๖๙๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๑

[๒๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๐/ตอนที่ ๓๕/หน้า ๒๐๖/๙ เมษายน ๒๕๐๖

[๒๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๑/ตอนที่ ๓๑/หน้า ๒๑๔/๗ เมษายน ๒๕๐๗

[๒๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๒๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ เมษายน ๒๕๑๐

Comments

แนะนำเอกสารเตรียมสอบ

แนะนำเอกสารเตรียมสอบ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
(รับสมัคร : 7 ตุลาคม 56-11 ตุลาคม 56)

http://examhot.blogspot.com/2013/08/blog-post_20.html

ตำแหน่งเจ้าพนักงานแรงงาน สอบปี 2556
ตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชี